ฟาซาดโพลีคาร์บอเนตโปร่งแสงคืออะไร?

เปลือกอาคารหรือฟาซาดโปร่งแสง เป็นแผงกระจกใสที่ใช้กับภายนอกอาคาร ซึ่งจะช่วยปกป้องโครงสร้างไม่ให้เกิดความเสียหายจากสภาพอากาศ ความชื้น และการกัดเซาะ ด้วยองค์ประกอบของไมโครเซลล์โพลีคาร์บอเนตจึงช่วยปรับแสงให้นุ่มนวลและกระจายสี ความสว่าง และความทึบได้ดีอย่างเป็นธรรมชาติ

การติดตั้งแผงพร้อมปิดรอยต่อเอาไว้ จะช่วยปิดซ่อนองค์ประกอบอาคารที่ไม่น่ามองและช่วยปกป้องรังสียูวีที่เป็นอันตรายแก่ผู้อาศัย ในขณะเดียวกันก็มีการนำความร้อนมาใช้ประโยชน์สูงสุดด้วย ผู้ใช้งานจะสังเกตเห็นค่าพลังงานที่ลดลงเนื่องจากแผงความร้อนที่ติดตั้งจะมีการนำแสงธรรมชาติของดวงอาทิตย์มาใช้งาน เพื่อให้ความร้อนและส่องสว่างภายในอาคาร ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมภายในอาคารที่น่าอยู่มากขึ้นในแต่ละการใช้สอยพื้นที่

ประโยชน์ด้านอื่น ๆ มีอะไรบ้าง?

ความหนาแน่นของอากาศและน้ำ

อาคารโปร่งแสงให้ความสมดุลที่เหมาะสมของพลวัตของแสงอาทิตย์และความร้อน ที่จะช่วยปกป้องอาคารจากการรั่วไหล ความชื้น และความเสียหายจากสภาพอากาศ ลักษณะนี้เกิดจากระบบเชื่อมต่อแผงความร้อนแบบ snap-lock ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าอากาศและน้ำจะไม่สามารถทะลุเข้าไปในอาคารได้ อีกทั้งยังสร้างความทนทาน ให้สามารถทนต่อแรงกระแทกจากลูกเห็บและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ ด้วยการออกแบบให้แผงความร้อนขยายและหดตัวได้เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นและลดลง จึงช่วยให้แผงความร้อนไม่เสียหายหรือแตกหักได้ เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง

แผ่นหลังคาโพลีคาร์บอเนตโปร่งแสง และแผ่นฟาซาด คือผลิตภัณฑ์ที่เป็นจุดเด่นของ Danpal Thailand!

ระบบฟาซาดโปร่งแสงบางชนิดจะมีช่องอากาศที่ช่วยระบายอากาศตามธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติชนิดนี้ช่วยให้ฉนวนแห้งอยู่ตลอด อาคารจึงปราศจากความชื้น และแผ่นโพลีคาร์บอเนตยังช่วยปกป้องโครงสร้างจากสภาพอากาศด้านนอกอีกด้วย

ความโปร่งใสสูงสุด

เพื่อให้แสงส่องเข้าได้มากที่สุด จึงไม่มีกรอบรองรับใด ๆ เลย ซึ่งจะช่วยทำให้ฟาดไม่มีสิ่งสกปรกตกค้าง อย่างไรก็ตามการกำหนดโครงรองรับสำเร็จรูปนั้น จำเป็นต้องมีการคำนวณที่ซับซ้อน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของอาคารเพียงเพราะเหตุผลด้านความสวยงามของอาคารภายนอก

การส่งผ่านแสง

เรื่องบทบาทของแสงในงานสถาปัตยกรรมเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ ตามคำกล่าวของสตีเวน ฮอลล์ สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ยุคใหม่ แสงในสถาปัตยกรรมเป็นดั่งเช่นเสียงในดนตรี

แสงสว่างแสดงถึงความสมบูรณ์ของพื้นที่ แต่การให้แสงสว่างอย่างต่อเนื่องบางครั้งอาจต้องลดหย่อนด้านความปลอดภัย แต่ด้วยประโยชน์ของาซาดโพลีคาร์บอเนต คุณไม่จำเป็นต้องเลือกอีกต่อไป

แผ่นโพลีคาร์บอเนตสามารถส่งผ่านแสงได้เหมือนแผ่นกระจก เนื่องจากการออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสียูวี นอกจากนี้ยังมีสารเคลือบพิเศษที่ช่วยสะท้อนรังสี UV ออกสู่ภายนอก และยังช่วยกรองแสงอาทิตย์ แต่แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านได้

ฟาซาดที่สามารถเคลื่อนไหวได้

ด้วยการตกแต่งภายในที่มีแสงสว่างส่องเข้ามาอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอระหว่างวัน และการสร้างเอฟเฟกต์ ‘อาคารโคมไฟ’ ในช่วงเวลากลางคืน พื้นผิวฟาซาดจะถูกตั้งโปรแกรมและแปลงให้เป็นการโฆษณาและการฉายภาพออกภายนอกโดยฝีมือเจ้าของโครงการ

แผงโพลีคาร์บอเนต standing seam ทำงานอย่างไร?

ระบบแผงโพลีคาร์บอเนต standing seam ของ Danpal ประกอบด้วยแผงโปร่งแสงแบบอัดรีดและตะเข็บแนวตั้งที่ปลายแต่ละด้านของแผง เชื่อมต่อแผงเข้าด้วยกันแบบ snap-on และใช้คลิปยึดสแตนเลสแบบซ่อน เมื่อประกอบเสร็จเรียบร้อย แผงที่ติดตั้งจะสามารถเคลื่อนไหวไปมาได้โดยแต่ละส่วนประกอบสามารถขยายหรือหดตัวได้ตามอัตราของมันเอง

เนื่องจากแต่ละส่วนประกอบของแผงระบบสามารถขยายและหดตัวเองได้ จึงไม่มีปัญหาเรื่องการแกว่งและการโก่งตัว โดยที่คุณสมบัติโครงสร้างของวัสดุจะยังคงสภาพเดิมอยู่

แผงโพลีคาร์บอเนตมีน้ำหนักเบากว่าแผ่นบังแดดแบบเดิมถึง 3 เท่า จึงติดตั้งง่ายและสะดวกรวดเร็ว 

เนื่องจากความสวยงาม จึงนิยมใช้โพลีคาร์บอเนตเป็นวัสดุในการสร้างเรือนกระจกและการมุงหลังคา และในฐานะวัสดุที่ทันสมัยจึงนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยทั่วไปพบเห็นได้จากหน้าต่าง สกายไลท์ แผ่นผนัง โดมบนหลังคา และองค์ประกอบภายนอกเพื่อติดตั้งไฟ LED การเสริมความปลอดภัย และความสวยงามอย่างมีสไตล์

ในการใช้งานฟาซาดโพลีคาร์บอเนตสามารถให้ประโยชน์หลายอย่าง อีกทั้งยังมีความทนทานสูงและน้ำหนักเบา มีความเงาใสอย่างมากและมีความต้านทานต่อความร้อนสูง

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติทนต่อการติดไฟได้ดีเยี่ยม ทำให้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยมากสำหรับการใช้งานแทบทุกประเภท

ความหนาของแผ่นฟาซาดโพลีคาร์บอเนตมีหลายแบบ เช่น 30 มม. 40 มม. และ 50 มม. ซึ่งทั้งสามแบบนี้มีลักษณะที่แตกต่างกัน ฟาซาดโดยทั่วไปมีแบบโปร่งแสง แบบฝ้า หรือแบบทึบ

พื้นผิวภายนอกเคลือบด้วย UV ฟิลเตอร์เพื่อการปกป้องสูงสุด ดังนั้นคุณอาจจะเคยเห็นการใช้งานฟาซาดโพลีคาร์บอเนตกับโกดังสินค้า อาคารการผลิต หรืออาคารสาธารณูปการของรัฐต่าง ๆ

ด้วยรูปทรงและขนาดต่าง ๆ ของฟาซาด จึงมีความยาวให้เลือกใช้หลากหลาย ทำให้สถาปนิกสามารถเลือกใช้ประโยชน์ได้ตามความต้องการมากยิ่งขึ้น

ติดต่อ Danpal Thailand เพื่อปรึกษาเรื่องการใช้แสงธรรมชาติจากระบบฟาซาดโปร่งใสให้กับโครงการของคุณ

ฟาซาด Danpal ช่วยให้ฉนวนทำงานได้ดีขึ้น

หากมองหาแผงระบายความร้อนที่มีคุณสมบัติมาตรฐานทั้งหมดตามที่ Danpal มีให้ และยังมองหาฉนวนกันความร้อนที่ดีเยี่ยมด้วย มั่นใจได้เลยว่า Danpal ช่วยคุณในเรื่องระบบผนัง Danpatherm ได้ เพราะเป็นระบบผนังที่สามารถต้านแรงลมได้ดี สามารถส่งผ่านแสงได้ในระดับต่าง ๆ และมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นโดยที่มองไม่เห็นอะลูมิเนียม อย่างหาที่ไหนไม่ได้ นอกจากนี้ระบบผนัง Danpatherm ยังมีคุณสมบัติบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างที่แผงระบายความร้อนสามารถตอบสนองทุกความต้องการด้านประสิทธิภาพและรูปลักษณ์ที่โดนใจคุณ

แน่นอนว่าที่ Danpal มีทุกอย่างให้คุณเลือก

ระบบผนัง Danpatherm ยกระดับการติดตั้งฟาซาดกันความร้อนอย่างไร?

Danpatherm ซึ่งเป็นระบบแผงคาสเซ็ตต์ถูกผลิตขึ้นสำเร็จรูปจากโรงงาน และจัดส่งไปยังไซต์งานก่อสร้าง รวมถึงพร้อมที่จะติดตั้งเมื่อการจัดส่งมาถึงพื้นที่ การติดตั้งทำได้รวดเร็ว ลดต้นทุนแรงงาน และประหยัดเวลาในการดำเนินการให้เสร็จสิ้น องค์ประกอบของระบบผนัง Danpatherm ช่วยป้องกันการแทรกซึมของสิ่งสกปรกและความชื้นระหว่างแผงฉนวน ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่สามารถส่งผ่านแสงที่ดีเยี่ยม และมีการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า

ความทนทานของฟาซาดต่อสภาพอากาศร้อน

ระบบผนังฟาซาด Danpal ช่วยยกระดับความมีประสิทธิภาพของตัวอาคารได้อย่างมาก แต่จะสามารถทำงานได้ก็ต่อเมื่อติดตั้งบนองค์ประกอบต่าง ๆ ได้ เจ้าแผงระบายความร้อน Danpatherm มีความทนทานต่อแรงลมได้ดีอย่างไม่มีใครเทียบได้

นอกจากนี้ระบบผนังกันความร้อน Danpatherm ยังสามารถขยายได้มากกว่า 3 เมตรโดยไม่ต้องใช้คานรองรับ ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการวางโครงเหล็กสำรองได้อย่างมาก หากจำเป็นต้องถอดแผงภายนอก สามารถทำได้โดยไม่ส่งผลเสียต่อตัวอาคาร มีะบบการงานทำงานหลายส่วนที่ดำเนินอยู่ใต้แผงระบายความร้อน เพื่อให้แน่ใจว่าฉนวนสามารถทำงานได้ดีตามที่ควรจะเป็น

ข้อดีของฟาซาดระบายความร้อน

  • ให้การปกป้องที่สมบูรณ์แบบจากทุกสภาพอากาศ
  • เป็นฉนวนกันความร้อนที่ดีเยี่ยม ช่วยลดต้นทุนการทำความร้อนและการปรับอากาศ รวมถึงการป้องกันการควบแน่นและเชื้อรา
  • ใช้ประโยชน์จากความจุความร้อนที่ผนังได้
  • ช่วยปรับความสวยงามให้กับตัวบ้าน
  • เพิ่มความอบอุ่นความสบายให้แก่ผู้อยู่อาศัย
  • มีการถ่ายโอนจุดควบแน่นและน้ำค้างหรือน้ำแข็งจากผนังไปยังชั้นฉนวนกันความร้อน

องค์ประกอบหลักของฉนวนกันความร้อนภายนอก / แผงระบายความร้อนคือ:

  1. ฉนวนกันความร้อน

ส่วนสำคัญที่สุดและเป็นศูนย์กลางของระบบกันความร้อน ซึ่งมีเม็ดพลายสติกที่ทนต่อแรงกระแทก (EPS) และการผลิตแผงกันความร้อนด้วยขบวนการอัดรีดทำให้มีเซลล์ที่ละเอียด (XPS) Greece โดยส่วนใหญ่จะใช้ตามมาตรฐานที่เหมาะสม

2.เสริมแรงชั้นฐาน

ส่วนประกอบหลักของชั้นนี้ คือ ใยแก้วอัลคาไลน์

  1. ชั้นนอกมีการตกแต่งให้สวยงาม

มีตัวเลือกลวดลาย พื้นผิว และสีหลากหลายแบบ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของสถาปนิก แนวโน้มในปัจจุบันคือ การใช้สีทาอะคริลิกในรูปแบบเพสท์

ค่าใช้จ่ายการติดตั้งฟาซาดระบายความร้อนขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละโครงการ โดยหมายรวมถึงขนาดของผนังบ้าน และความหนาของวัสดุฉนวนที่เลือกใช้

ฉนวนกันความร้อนภายใน

ประโยชน์หลักจากการติดตั้งระบบฉนวนความร้อนที่เหมาะสมในตัวอาคาร คือการช่วยลดการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก จึงทำให้มีความต้านทานที่จำเป็นต่อการไหลเวียนและการถ่ายเทความร้อน ซึ่งช่วยลดต้นทุนการทำความร้อนและยกระดับสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นแก่ผู้อยู่อาศัย

ฉนวนกันความร้อนทำได้โดยการติดตั้งวัสดุฉนวน เช่น แผ่นโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง ตรงด้านในของผนัง และการป้องกันด้วยวัสดุโครงสร้างที่แข็งแรง (เช่น แผ่นยิปซัม) ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารเคลือบภายใน

การติดตั้งฉนวนภายในอาคารเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างประหยัด ซึ่งสามารถติดตั้งให้เสร็จสิ้นในระยะเวลาสั้น ๆ พร้อมมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการติดตั้งฉนวนภายนอกเนื่องจากวัสดุมีความทนทานต่อจากสภาพอากาศ จึงเสียหายได้ยาก อย่างไรก็ตามฉนวนภายในยังคงไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับฉนวนกันความร้อนตัวบ้าน

ค่าการถ่ายเทความร้อนบ่งบอกถึงอะไรของฟาซาดกันความร้อน

การจะรู้ว่าวัสดุที่ทำหน้าที่เป็นฉนวนกกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดนั้น ต้องวัดจากค่า U หรือค่าการถ่ายเทความร้อน โดยนำอัตราการถ่ายเทความร้อนผ่านโครงสร้าง หารด้วยค่าความแตกต่างของอุณหภูมิทั่วทั้งโครงสร้าง ซึ่งหน่วยวัดที่ใช้ในการประเมินจำนวนนี้คือ W/m²K

เมื่อค่า U ต่ำ แสดงว่าวัสดุนั้นเป็นฉนวนมากขึ้นและสูญเสียความร้อนน้อยลง ตัวอย่างเช่น ความร้อนจะลอดผ่านช่องหน้าต่างมากกว่าการถ่ายเทออกจากผนังบริเวณเดียวกัน การรู้ค่า U จะทำให้สามารถคาดเดาประสิทธิภาพโดยรวมขององค์ประกอบทั้งหมดได้ง่ายขึ้น เมื่อติดตั้งวัสดุฉนวนโปร่งแสงเข้าไปในโพรง ฉนวนระบายความร้อนของ Danpal มีค่า U ที่ต่ำเพียง 0.52 W/m²K ในวัสดุรุ่น Danpatherm K12 และค่า 0.72 W/m²K ในวัสดุรุ่น Danpatherm K7 

แสงและฟาซาดกันความร้อน

เรากำลังพูดถึงฉนวนและความร้อนอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกคนรู้ดีว่า Danpal และเรื่องของแสง เป็นอะไรที่เข้าขากันได้ดี นั่นเป็นเพราะแสงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของฟาซาด Danpal  วัสดุ Danpatherm Softlite เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปของ Danpal ที่ติดตั้งในแผง เพื่อให้แสงส่งผ่านได้สม่ำเสมอและช่วยลดแสงสะท้อน ภายในอาคารหรือตัวบ้านจึงได้รับแสงสว่างสม่ำเสมอด้วยแสงกระจายที่นุ่มนวลและอ่อนโยน

เมื่อติดตั้งระบบไฟ LED ครบวงจรเข้าด้วยกัน ผลที่ได้คือผนังสว่างสดใสในช่วงเวลากลางวันและการฉายไฟที่โดดเด่นในช่วงเวลากลางคืน

ติดต่อ Danpal Thailand เพื่อปรึกษาการใช้พลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ให้กับโครงการของคุณ

ฟาซาดโพลีคาร์บอเนต สิ่งก่อสร้างที่มีสไตล์ในประเทศไทย

สิ่งที่เหมือนกันระหว่างหอศิลป์ผนังเรืองแสงในซานเปาโล และพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยของรัสเซีย คืออะไร

สิ่งที่เหมือนกันคือ แผ่นฟาซาดโพลีคาร์บอเนต! ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องยากที่จะบรรยายถึงประสิทธิภาพของฟาซาดโพลีคาร์บอเนตที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรม

ฟาซาดโพลีคาร์บอเนตเป็น แผ่นเทอร์โมพลาสติกที่มีประสิทธิภาพสูงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายกับตัวอาคารและโครงการก่อสร้าง

คุณอาจเคยเห็นตึกและหอคอยสูงเหล่านั้นมาบ้างแล้ว แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงสาเหตุว่า ทำคุณถึงควรใช้หรือไม่ควรใช้แผ่นฟาซาดกับงานก่อสร้าง?

 

ทำไมต้องเลือกใช้ฟาซาดโพลีคาร์บอเนตสำหรับอาคารคุณภาพในประเทศไทย?

แผ่นโพลีคาร์บอเนตเป็นวัสดุที่นิยมใช้สร้างเรือนกระจกและหลังคา เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีความสวยงามและทันสมัย จึงมีการใช้แผ่นโพลีคาร์บอเนตกันอย่างแพร่หลาย โดยคุณจะสังเกตุเห็นได้จากหน้าต่าง สกายไลท์ แผ่นผนัง โดมบนหลังคา และส่วนประกอบภายนอกอาคารเพื่อติดตั้งไฟ LED การเสริมความปลอดภัย และความสวยงามอย่างมีสไตล์

ฟาซาดโพลีคาร์บอเนตมีให้เลือกใช้ประโยชน์ได้หลายแบบ คุณสมบัติที่โดดเด่นคือ ความทนทานสูงและน้ำหนักเบา นอกจากนี้ยังมีความเงาใสอย่างมากและทนความร้อนสูงได้

รวมถึงคุณสมบัติป้องกันการติดไฟได้ดีเยี่ยม ทำให้แผ่นฟาซาดโพลีคาร์บอเนตเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยสูงสำหรับการใช้งานแทบทุกประเภท

ความหนาของแผ่นฟาซาดโพลีคาร์บอเนตมีหลายแบบ เช่น 30 มม. 40 มม. และ 50 มม. ซึ่งทั้งสามแบบนี้มีลักษณะที่แตกต่างกัน ฟาซาดโดยทั่วไปมีแบบโปร่งแสง แบบฝ้า หรือแบบทึบ

 

พื้นผิวภายนอกเคลือบด้วย UV ฟิลเตอร์เพื่อการปกป้องสูงสุด ดังนั้นคุณอาจจะเคยเห็นการใช้งานฟาซาดโพลีคาร์บอเนตกับโกดังสินค้า อาคารการผลิต หรืออาคารสาธารณูปการของรัฐต่าง ๆ

ด้วยรูปทรงและขนาดต่าง ๆ ของฟาซาด จึงมีความยาวให้เลือกใช้หลากหลาย ทำให้สถาปนิกสามารถเลือกใช้ประโยชน์ได้ตามความต้องการมากยิ่งขึ้น

 

ประโยชน์ของการใช้ฟาซาดโพลีคาร์บอเนตในอาคาร

คุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประโยชน์ของฟาซาดโพลีคาร์บอเนตหรือไม่? 

อันที่จริงแล้ว ไม่น่าจะมี!

เพราะในตอนนี้ เรากำลังจะอธิบายถึงประโยชน์อันยอดเยี่ยมของฟาซาดโพลีคาร์บอเนต เพียงอ่านต่ออีกสักนิด แล้วคุณจะหลงรักแผ่นฟาซาดโพลีคาร์บอเนตตัวนี้

หากพูดถึงปัญหาจากแผ่นฟาซาด ต้องบอกเลยว่าแทบไม่มี ทีนี้มาดูกันว่าประโยชน์ของฟาซาดโพลีคาร์บอเนตนั้นมีอะไรบ้าง

 

การส่งผ่านแสง

เรื่องบทบาทของแสงในงานสถาปัตยกรรมเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ ตามคำกล่าวของสตีเวน ฮอลล์ สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ยุคใหม่ แสงในสถาปัตยกรรมเป็นดั่งเช่นเสียงในดนตรี

แสงแสดงถึงความสมบูรณ์ของพื้นที่ แต่การให้แสงสว่างอย่างต่อเนื่อง บางครั้งอาจต้องลดหย่อนด้านความปลอดภัย แต่ด้วยประโยชน์ของาซาดโพลีคาร์บอเนต คุณไม่จำเป็นต้องเลือกอีกต่อไป

แผ่นโพลีคาร์บอเนตสามารถส่งผ่านแสงได้เหมือนแผ่นกระจก เนื่องจากการออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสียูวี นอกจากนี้ยังมีสารเคลือบพิเศษที่ช่วยสะท้อนรังสี UV ออกสู่ภายนอก และยังช่วยกรองแสงอาทิตย์ แต่แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านได้

 

ทนต่อแรงกระแทกและการแตกหัก

แผ่นโพลีคาร์บอเนตถูกออกแบบให้ทนต่อแรงกระแทกสูงกว่ากระจก จึงทนทานต่อพายุลูกเห็บ กิ่งไม้ที่ร่วงหล่น กันขโมย และวัตถุอื่น ๆ ได้ดีกว่ากระจก

ด้วยองค์ประกอบที่ทนต่อแรงกระแทกและการแตกหัก จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาที่มีราคาแพง

ฟังดูแล้วมันคุ้มมากใช่ไหม? แผ่นโพลีคาร์บอเนตไม่เปราะบางเมื่อใช้ไปนาน ๆ แถมยังขนย้ายหรือจัดการง่ายเพราะมีความแข็งแรงทนทาน

บางทีคุณอาจจะอยากรู้เกี่ยวกับเต็นท์พองลมใสที่ทำจากพลาสติกโพลีคาร์บอเนตขึ้นมาทันที

 

ฉนวนกันความร้อนที่ดี

แผ่นหลังคาโปร่งแสง การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างวัสดุมุงหลังคาและแสงธรรมชาติ

แผ่นโพลีคาร์บอเนตได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากคุณสมบัติด้านฉนวนกันความร้อน โดยมีการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนรอบ ๆ ตัวอาคารผ่านช่องอากาศที่เพิ่มเข้ามา

คุณมักจะสังเกตเห็นว่า แผ่นโพลีคาร์บอเนตจะถูกใช้เป็นฉนวนกันเสียงตามท้องถนน ทางรถไฟ หรือสถานที่ก่อสร้าง รวมถึงใช้ในสำนักงานหรือร้านค้าเพื่อใช้เป็นระบบตัดเสียงที่ดี


ดัดงอได้ง่าย

คุณสามารถดัดแผ่นโพลีคาร์บอเนตได้ตามต้องการ สามารถสร้างรูปทรงและขนาดต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังสามารถดัดโค้งเย็นเพื่อสร้างพื้นผิวโค้งได้

เนื่องจากโพลีคาร์บอเนตเป็นเทอร์โมพลาสติก จึงสามารถทำให้ร้อน ระบายความร้อน และอุ่นซ้ำได้อีกครั้งโดยไม่ลดทอนคุณภาพใด ๆ โพลีคาร์บอเนตจึงสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100%


น้ำหนักเบากว่ากระจก

เพราะมวลน้ำหนักของแผ่นโพลีคาร์บอเนตที่เบากว่ากระจก จึงช่วยลดน้ำหนักของตัวอาคาร กระจกมีความหนาแน่น 2800 กก./ลบ.ม. ในขณะที่โพลีคาร์บอเนตมีความหนาแน่นที่ 1200 กก./ลบ.ม.

ด้วยน้ำหนักที่เบากว่ากระจก หมายความว่ามีสารบนหลังคาน้อยลงและมีแรงตึงในส่วนอื่น ๆ ของอาคารน้อยลงด้วย

ดังนั้นหลังคาโพลีคาร์บอเนตจึงสามารถลดต้นทุนโครงสร้างอาคารได้ เนื่องจากหลังคามีน้ำหนักเบา

นอกจากนี้ยังช่วยให้ประหยัดพลังงานและต้นทุนค่าใช้จ่ายได้มาก เพราะแผ่นโพลีคาร์บอเนตมีน้ำหนักเบาจึงขนย้ายหรือยกง่ายขึ้น และข้อดีที่สุดคือโพลีคาร์บอเนตสามารถทนได้เกือบทุกสภาพอากาศตั้งแต่อากาศร้อนจนถึงอากาศเย็นจัด

 

ทำไมโพลีคาร์บอเนตจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับอาคารและงานก่อสร้างในประเทศไทย?

เมื่อกล่าวถึงวัสดุมุงหลังคา กระจกแก้วยังเป็นวัสดุที่นิยมมากกว่า จากนั้นแผ่นโพลีคาร์บอเนตจึงเริ่มเข้ามาแทนที่ เพราะนอกจากความแข็งแรงที่มีมากกว่ากระจกแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานได้กว่ามากอีกด้วย

หากคุณกำลังมองหาวัสดุที่มีความทนทาน แข็งแรง น้ำหนักเบา มีรูปแบบสวยงาม และมีการระบายอากาศที่ดีที่สุด แผ่นโพลีคาร์บอเนตคือตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะมีคุณสมบัติให้แสงสามารถส่องเข้ามาในตัวอาคารในปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งแตกต่างจากแผ่นกระจกและวัสดุอื่น ๆ ที่มีใช้กันทั่วไป

โพลีคาร์บอเนตมีความแข็งแรงที่สามารถทนต่อสภาพอากาศที่รุนแรง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จึงไม่แปลกใจที่โพลีคาร์บอเนตกลายเป็นวัสดุที่นิยมใช้กับตัวอาคารและงานก่อสร้างมากที่สุด


บทสรุป

เมื่ออ่านบทความนี้ทั้งหมดแล้ว คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติที่สำคัญของฟาซาดโพลีคาร์บอเนต

หากมีคำถามใด ๆ สามารถแจ้งได้ทันที เรายินดีตอบทุกคำถาม

Danpal Thailand ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านระบบฟาซาดโพลีคาร์บอเนต หากต้องการซื้อฟาซาดที่แข็งแรงทนทานและใช้งานได้ยาวนาน สามารถติต่อเราได้ทันที เรามีฟาซาดโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูงที่สุดในตลาดให้คุณได้เลือกหา!

สกายไลท์สองชั้น

gหลังคาสกายไลท์สามารถทนต่อสภาพอากาศได้ดีแค่ไหน?

คุณอาจชอบรูปลักษณ์ของหลังคาสกายไลท์ แต่ก็อาจกังวลว่าหลังคาสกายไลท์จะทนต่อสภาพอากาศได้ดีเพียงใด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีลมแรงและฝนตกหนักซึ่งในประเทศไทยมีฤดูฝนที่ตกหนักอยู่บางช่วง

ผลิตภัณฑ์ Danpal Thailand ถูกผลิตขึ้นเพื่อให้ทนทานต่อสภาพอากาศเมื่อมีพายุและลมพัดแรง และหลังคา Skylight Solution ของเราสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ให้กับท่านได้

ระบบหลังคา Danpatherm RK 7 เสริมกระจกสองชั้นของเรามีความแข็งแกร่งและทนทาน ยิ่งคุณมีข้อมูลมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเชื่อมั่นมากขึ้นว่าสกายไลท์หนาสองชั้นคือทางเลือกที่เหมาะสม ทั้งยังมีฉนวนกันความร้อนที่เหนือกว่า ประหยัดพลังงานแสงจากหลอดไฟ เสริมการปกป้องจากสภาพอากาศ ทั้งหมดล้วนทำให้เกิดความพึงพอใจในการที่มีแสงสว่างภายใต้หลังคาบ้านของคุณ

ประโยชน์ของหลังคาสกายไลท์สองชั้น

หลังคา Danpatherm RK7 มีข้อดีที่จะช่วยให้คุณคลายความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศได้ เพราะมีโครงสร้างเหล็กที่คอยช่วยต้านทานแรงลมและหิมะได้อย่างไม่มีใครเหมือน และเนื่องจากเป็นผนังกระจกสองชั้น จึงช่วยลดเสียงจากฝนตกกระทบได้ ลักษณะของหลังคาสกายไลท์สองชั้นมีความพิเศษตรงที่มีเสากระจกถูกซ่อนเอาไว้เพื่อไม่ให้บดบังช่องว่างกระจก มีฉนวนกันความร้อนชนิดพิเศษและติดตั้งง่าย ซึ่งอาจเป็นเพราะมีโครงสีเหลี่ยมสำเร็จจากโรงงาน

วิวจากสกายไลท์สองชั้น

สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ในฝรั่งเศสแห่งนี้เลือกใช้แผ่นกระจกสองชั้น Danpatherm RK7 และให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ ในระหว่างวันจะมีแสงกระจายเข้าสู่สปอร์ตคอมเพล็กซ์เพื่อให้สามารถลดปริมาณแสงจากหลอดไฟลงได้ อาคารจะไม่ร้อนแม้ไม่ได้เปิดแอร์หรือปิดทำการเพราะมีระบบฉนวนกันความร้อน และเมื่อสถานที่แห่งนี้เปิดให้บริการ อุณหภูมิภายในอาคารประมาณ 15 องศาซึ่งถือว่ากำลังดี แต่หากอุณหภูมิอุ่นเกินไป อากาศก็จะถูกดึงออกโดยระบบระบายอากาศตามธรรมชาติบนหลังคา การใช้ระบบสกายไลท์สองชั้นช่วยประหยัดต้นทุนการใช้พลังงานของคุณได้อย่างน่าพอใจ



สภาพอากาศและหลังคาสกายไลท์ทำหน้าที่ร่วมกัน

แนวคิดเรื่องบ้านต้นไม้ยังคงใช้ไม่ได้ผล ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มวัดความสูงของกิ่งไม้บริเวณที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน ให้หยุดก่อนแล้วลองพิจารณาใช้หลังคาสกายไลท์แทน สภาพอากาศเป็นสิ่งที่วนเวียนอยู่ในชีวิตเราทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ 365 วันต่อปี แสงแดดอันแรงกล้าในช่วงฤดูร้อนทำให้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวมืดเร็ว วันที่อากาศร้อนและมีแดดจะแบ่งเวลาเท่ากันตามฤดูกาลกับวันที่อากาศหนาวจัด คุณอาจอยากออกจากรถเพื่อเดินไปที่ทำงานในวันที่อากาศสดใส แต่เมื่อฝนโปรยลงมาคุณจะต้องวิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อเข้าไปหลบฝนในที่ร่ม หลังคาสกายไลท์ช่วยให้สภาพอากาศทำหน้าที่ทางธรรมชาติโดยที่ไม่กระทบตัวคุณเมื่อกำลังยื่นหลบฝนอยู่ในอาคาร และยิ่งเป็นหลังคาสกายไลท์ยังทำให้คุณได้สัมผัสเห็นวิธีที่แสงเปลี่ยนมาส่องสว่างในพื้นที่ทำงานและที่อยู่อาศัย คุณจะไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อสภาพอากาศแปรปรวนเพราะคุณอยู่ข้างใน

หลังคาสกายไลท์ช่วยให้สภาพอากาศสมดุลได้อย่างไร

เป็นหนึ่งนวัตกรรมที่ Danpal ได้พัฒนาวิธีการเพื่อตอบสนองตามความต้องการของทุกคน หลังคาสกายไลท์ช่วยให้แสงแดดส่องเข้ามาในอาคารได้ แต่จะป้องกันหิมะ ฝน ลมและลูกเห็บไม่ให้เข้ามาภายในพื้นที่ นั่นเป็นเพราะเทคโนโลยีไมโครเซลล์ที่ได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเพื่อให้สามารถป้องกันน้ำได้ 100% จากสภาพอากาศที่เปียกชื้น คุณรับรู้ว่าข้างนอกฝนตกหรือมีหิมะตก แต่ก็ไม่รบกวนกิจกรรมของคุณ นอกจากนี้คุณยังจะได้รับประโยชน์จากสภาพอากาศ เช่น การได้รับแสงแดดมากขึ้นจะช่วยเพิ่มระดับวิตามินดีในร่างกายโดยไม่ต้องทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวไหม้ คุณจะมองเห็นได้ดีขึ้นเพราะแสงธรรมชาติมีประโยชน์ต่อการมองเห็นอย่างมาก แถมยังสามารถเดินไปยังที่ที่คุ้นเคยภายในที่ทำงานและพื้นที่ใช้สอยได้สะดวกเพราะทางสว่าง ส่วนโครงแผ่นกระจกหลังคามีระยะห่างกันที่พอดีเพื่อเพิ่มเอฟเฟกต์ของแสงที่ส่องเข้ามา


การติดตั้งหลังคาสกายไลท์เป็นเรื่องง่าย

อีกประการหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของหลังคาสกายไลท์คือ ความสะดวกในการติดตั้ง

Danpal มอบหลังคาที่มีความยาวและขนาดที่แตกต่างกัน ทั้งหมดนี้สามารถเสียบเข้าไปในจุดที่กำหนดได้อย่างง่ายดายและไม่ยุ่งยากต่อการใช้งาน ดังนั้นนอกจากคุณจะรู้สึกพอใจกับหลังคาสกายไลท์ ทีมงานที่ติดตั้งก็ยังมีความสุขไปด้วย

หากต้องสัมผัสสภาพอากาศที่ดีที่สุดโดยไม่มีผลกระทบ หลังคาสกายไลท์คือทางสำหรับคุณ

ปรึกษาเรา เกี่ยวกับหลังคาสกายไลท์ระดับพรีเมี่ยม!

เกล็ดผนัง ทางเลือกที่คุณจะชื่นชอบ

การเพิ่มเกล็ดผนังให้กับตัวอาคาร นอกจากประโยชน์ที่มีแล้วยังได้ในเรื่องรูปลักษณ์ของอาคารด้วย เพราะเกล็ดผนังถูกออกแบบมาเพื่อช่วยระบายอากาศทำให้อากาศถ่ายเทได้อย่างลงตัวโดยที่อากาศภายนอกไม่เข้ามารบกวน ระบบถ่ายเททำงานโดยให้อากาศผ่านเข้ามาทางเกล็ดผนัง ช่วยทำให้มีอากาศบริสุทธิ์หมุนเวียนในห้อง นับว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก แต่บาางทีก็ไม่มีใครอยากรับมือกับสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ เช่น ฝนตก นอกจากนี้เกล็ดผนังยังสามารถป้องกันไม่ให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกจากภายนอกเข้าไปด้านในได้อีกด้วย และนี่คือประโยชน์ของเกล็ดผนังและภาพลักษณ์ภายนอกของตัวอาคาร

ประโยชน์ของการระบายอากาศในอาคาร

ส่วนใหญ่คนเราจะใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนอยู่ภายในที่ร่ม ซึ่งหมายความว่าเราไม่ได้รับอากาศบริสุทธิ์มากนัก หลังจากใช้เวลาอยู่ในห้องที่อากาศเหม็นอับมาทั้งวันจนรู้สึกว่าตัวเองมีกลิ่นอับนิด ๆ แต่ก็ไม่มีใครบอกว่าอากาศภายนอกบริสุทธิ์เสมอไป มลภาวะเป็นปัจจัยหนึ่งที่เราทุกคนต้องรับมือ แต่อากาศภายในหากไม่มีการระบายที่ดีเพื่อนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาและเคลื่อนย้ายอากาศที่เหม็นอับออกไป อาจทำให้มีแบคทีเรีย เชื้อราและมลพิษ นั่นคือเหตุผลที่เกล็ดผนังสามารถช่วยให้พื้นที่ทำงานและพื้นที่ใช้สอยมีการระบายอากาศที่ดีเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกยิ่งขึ้น

การใช้ฉนวนป้องกันเพื่อประโยชน์ต่อตัวอาคารเองนั้นมาจากการระบายอากาศตามธรรมชาติ ที่ผ่านเข้ามาจากช่องอากาศบนแผ่นเกล็ดซึ่งทำจากโพลีคาร์บอเนต

2 ประโยชน์หลักจากการระบายอากาศภายในอาคาร

คุณคิดถึงอากาศในอาคารของคุณบ่อยแค่ไหน? คนส่วนใหญ่มักจะตอบว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน โดยไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ เมื่อเปิดใช้ระบบ HVAC ของอาคาร อากาศอุ่นหรือเย็นจะถูกสูบผ่านอาคารและทุกคนในนั้นจะรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ ด้วยอากาศที่ถ่ายเข้ามานั้น แน่นอนว่ามักจะมีมลพิษทางอากาศภายในอาคาร เช่น โรคลีเจียนแนร์ เชื้อรา ฝุ่นและกลิ่นไม่พึงประสงค์

หากมลภาวะทั้งหมดก่อตัวขึ้นในปริมาณที่มากพอในบริเวณภายในอาคารแห่งหนึ่ง ย่อมมีกลุ่มอาการป่วยเหตุอาคารเกิดขึ้น (sick building syndrome)  ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่สังเกตได้จาก เช่น อาการปวดหัวและอาการภูมิแพ้ในร่มที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมากขึ้น ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าอากาศในอาคารมีสุขภาพดี จึงต้องมีระบบระบายอากาศเชิงกลเพื่อดูดและกระจายอากาศภายนอกในลักษณะที่มีการควบคุมจากภายในอาคาร

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการระบายอากาศแรงกลและธรรมชาติ

เมื่อพูดถึงการระบายอากาศเชิงกลนั่นหมายถึงระบบพัดลม ซึ่งเป็นตัวลดแรงกระแทกและท่ออากาศที่ช่วยส่งอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่อาคาร และขับอากาศที่อับออกจากอาคาร หากไม่มีส่วนระบายอากาศ (V) ด้วยระบบ HVAC อากาศภายในอาคารจะหมุนเวียนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนอากาศภายนอกจะเข้าสู่อาคารก็ต่อเมื่อมีการเปิดประตูหรือหน้าต่างเท่านั้น สถานการณ์ลักษณะนี้จะปล่อยให้ละอองเกสร ฝุ่น สิ่งสกปรก ความเครียดและเชื้อโรคสะสมอยู่ภายในอาคาร ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มระดับมลพิษทางอากาศภายในอาคารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีกลิ่นและความชื้นเพิ่มมากขึ้น

การระบายอากาศตามธรรมชาติของอาคารคือ การเปิดประตูหรือหน้าต่าง เมื่อประตูหรือหน้าต่างถูกเปิด อากาศภายในจะถ่ายออกและอากาศภายนอกจะเข้ามาภายใน จนมีการประดิษฐ์เครื่องปรับอากาศและเตาเผาไฟฟ้า และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น โดยทั้งหมดนี้คือการระบายอากาศของอาคาร หากสภาพภายในห้องไม่พึงประสงค์ ให้ลองเปิดหน้าต่างหรือประตูด้านนอกของบ้านหรืออาคาร เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์เข้าไปข้างใน

น่าเสียดายที่การระบายอากาศตามธรรมชาตินั้นไม่สามารถควบคุมอากาศที่เข้ามาในอาคารได้ เช่น ปริมาณอากาศภายนอกเท่าใดที่ต้องการให้เข้ามา และวิธีการกระจายอากาศ ซึ่งหมายความว่ายังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ยิ่งเมื่อการขับรถที่มีมลพิษทางท่อไอเสียปล่อยออกมา ไอเสียเหล่านั้นสามารถลอยเข้าไปในอาคารได้ และนี่คือสาเหตุว่าทำไมอาคารสมัยใหม่จึงต้องมีระบบระบายอากาศเชิงกล

ประโยชน์ของการระบายอากาศเชิงกล

การระบายอากาศเชิงกลให้ประโยชน์หลักสองประการที่เหนือกว่าการระบายอากาศตามธรรมชาติ ได้แก่ การควบคุมอากาศบริสุทธิ์ภายนอกว่ามาจากไหน และวิธีการกรองและกระจายอากาศไปทั่วอาคาร

1. ความสามารถในการควบคุมแหล่งอากาศบริสุทธิ์

การรู้แหล่งที่มาของอากาศบริสุทธิ์ที่เข้าสู่อาคารเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากคุณไม่ต้องการให้มีอากาศบริสุทธิ์ที่มีลานจอดรถอยู่ข้าง ๆ ซึ่งสามารถดูดไอเสียรถยนต์เข้ามาด้วยได้ นอกจากนี้คุณคงไม่ต้องการให้ตัวระบายอากาศอยู่ติดกับช่องระบายอากาศในห้องครัวที่สามารถดูดกลิ่นปรุงอาหารได้ แต่ข่าวดีก็คือ ช่องรับอากาศบริสุทธิ์สามารถอยู่ได้เกือบทุกที่ทั้งภายนอกอาคาร รวมทั้งบนหลังคาของคุณด้วย ด้วยการจัดหาอากาศจากสถานที่ที่ดีที่สุดที่คุณจะมั่นใจได้ว่าอากาศภายนอกที่บริสุทธิ์และสะอาดจะเข้าสู่ระบบระบายอากาศเชิงกล

2. ความสามารถในการควบคุมปริมาณอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่อาคาร

วิธีที่สำคัญที่สุดต่อมาคือ ระบบระบายอากาศเชิงกลจะช่วยดึงอากาศบริสุทธิ์เข้าไปในอาคารในปริมาณหนึ่งและนำอากาศภายนอกที่เข้ามากระจายไปยังตำแหน่งที่อาคารของคุณต้องการมากที่สุด แน่นอนว่าจะต้องมีกระบวนการที่จะดึงอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่อาคารของคุณและต้องมีการหมุนเวียนอย่างไร ตัวรับสัญญาณภายในอาคาร ที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์หรืออาคารอุตสาหกรรมหลายหน่วย จะคอยตรวจสอบระดับก๊าซบางชนิดเช่น CO2 และไนโตรเจน เมื่อระดับของก๊าซเหล่านี้ถึงจุดหนึ่ง สัญญาณจะจับได้ทั้งไอเสียและปริมาณอากาศที่เข้ามาในระบบ ตัวสัญญาณจะขับไอเสียที่เป็นตัวทำให้อากาศเหม็นอับออกจากอาคารและคอยระบายอากาศ ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์เข้าสู่อาคาร อากาศบริสุทธิ์ที่เข้าสู่อาคารจะถูกกรองและทำให้ร้อนหรือเย็นลง รวมทั้งหมุนเวียนผ่านท่ออากาศ HVAC ของคุณ การปล่อยอากาศบริสุทธิ์เข้าไปในอาคารของคุณในปริมาณที่ควบคุมได้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยกำจัดฝุ่นละอองที่อาจลอยอยู่ในอากาศภายในอาคารได้ และปรับคุณภาพอากาศภายในอาคารให้ดีขึ้นด้วย

เลือกระบบเกล็ดผนัง Danpal® Danpashade สำหรับติดตั้งในอาคารของคุณ

Danpal มีความภูมิใจที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์การก่อสร้างที่น่าประทับใจซึ่งมีความโดดเด่นเหนือกว่าเจ้าอื่น คุณสมบัติผลิตภัณฑ์บางอย่างสามารถใช้ร่วมกันกับสินค้าทั้งหมดที่เราผลิต และมีตัวอย่างให้เห็นอยู่ทั่วไป สำหรับเกล็ดผลัง Danpal เราดำเนินธุรกิจมานานกว่าห้าสิบปีและในครึ่งศตวรรษนั้นเราได้เรียนรู้วิธีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทนทานเพียงพอที่จะทนต่อทุกสภาพอากาศ โดยยังคงเป็นไปตามข้อบังคับอาคาร เรื่องของสภาพอากาศเป็นสิ่งที่รับมือได้ยาก แต่ด้วยเทคโนโลยี Microcell ของ Danpal ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้สามารถต้านทานแรงกระแทกสูงเพื่อรองรับระบบที่มีการเชื่อมต่อล็อคแบบใหม่ double-tooth ซึ่งจะรับประกันอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นไม่ว่าลมจะพัดแรงแค่ไหนก็ตาม นอกจากนี้การออกแบบถูกกำหนดเพื่อการใช้งานในเวลากลางวันโดยระยะห่างระหว่างโครงบานเกล็ดผนังค่อนข้างถี่เพื่อให้ได้แสงที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานของระบบ เกิดจากการเสริมความแข็งแกร่งโดยแผ่นที่ให้การป้องกันรังสียูวีร่วมกันด้วย

แสงกลางวันให้ความสวยงามน่าดึงดูดและทาง Danpal ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกในด้านสถาปัตยกรรมการรับแสงกลางวัน ได้ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้แสงธรรมชาติเป็นคุณสมบัติที่สามารถเพิ่มเข้าไปในการออกแบบโครงสร้างได้ นอกจากนี้ Danpal ยังออกแบบให้ระบบมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น เราเน้นรูปลักษณ์และฟังก์ชั่น รวมถึงระบบแรเงาของแสงจาก Danpal® Louvre ที่มีสีของเกล็ดผนังให้เลือกหลากหลายตามคาวมชอบของคุณ

อีกหนึ่งคุณลักษณะของระบบบานเกล็ดผนังของเราที่จะทำให้คุณเชื่อมั่นได้ว่า การตัดสินใจเลือกบานเกล็ดผนัง Danpal นั้นเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่คุณจะได้เลือกทั้งความสวยงาม ความมีประสิทธิภาพ รวมถึงความประหยัดต้นทุน เนื่องจากการติดตั้งด้วยขั้วต่อเคลือบแห้งแบบ snap-on ช่วยให้การเชื่อมต่อเข้ากันได้ง่าย ในความง่ายนี้หมายรวมถึง ความไม่ยุ่งยาก ความสะดวกสบาย และนั่นหมายถึงความสบายกระเป๋าเงินของคุณด้วย!

วิธีใช้แผ่นโพลีคาร์บอเนตร่วมกับระบบระบายน้ำฝนของ Danpal 

ระบบฝนระบายของ Danpal เป็นตัวสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทในด้านมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพสูง รวมทั้งความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูสวยงาม ตัวฉนวนกันความร้อนของอาคารได้รับประโยชน์จากการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ผ่านเข้ามาผ่านช่องอากาศบนแผ่นบานเกล็ดซึ่งทำจากโพลีคาร์บอเนต ฉนวนกันความร้อนยังคงแห้งและคงไว้ซึ่งมาตรฐานการปฏิบัติงานสำหรับอนาคต แผ่นโพลีคาร์บอเนตช่วยปกป้องอาคารจากความเสียหายจากสภาพอากาศที่อาจไปทำลายโครงสร้างภายในอาคารได้ การปกป้องฉนวนจากความเสียหายจากสภาพอากาศที่เลวร้ายและการรั่วซึม คือหนึ่งในหลาย ๆ วิธีที่แผ่นโพลีคาร์บอเนตสามารถช่วยยืดอายุของตัวอาคารได้อย่างน่าประหลาดใจ

ติดต่อบริษัท Danpal เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสำหรับโครงการก่อสร้างของคุณในอนาคต

สกายไลท์กันกระแทก

ส่วนใหญที่เรานึกถึงเรื่องปัญหาสภาพอากาศ เราจะพิจารณาปัญหาที่เกิดจากฝนตกหนักซึ่งมักจะสร้างความเสียหายจนเกิดน้ำท่วมชั้นใต้ดิน และในกรณีที่รุนแรงถึงขั้นน้ำล้นแม่น้ำจนทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงโดยมีค่าใช้จ่ายสูงมาก จากนั้นเมื่อหิมะตก จะทำให้เกิดปัญหาสภาพอากาศตามมา ลูกเห็บที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเท่าฝนและหิมะ แต่ทุกคนรู้ว่าลูกเห็บสามารถสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ เครื่องบิน แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงได้! อย่างไรก็ตามความเสียหายที่เกิดจากลูกเห็บตกใส่บนหลังคามักจะไม่มีใครสังเกตเห็นจนกว่าจะเกิดการรั่วของน้ำฝน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปกป้องระบบหลังคาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศและนี่เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ด้านที่ผู้เชี่ยวชาญของ Danpal สามารถช่วยได้ สกายไลท์กันกระแทก Danpal มีความทนทานเพื่อให้สามารถต้านทานความเสียหายจากลูกเห็บที่ตกลงมาใส่ได้

สกายไลท์กันกระแทก ทนทานทุกสภาพอากาศ

ความทนทานต่อแรงกระแทกเป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลายประการของคลังป้องกันสภาพอากาศ Danpal สกายไลท์กันกระแทก Danpal มีความแข็งแรงมากพอที่จะป้องกันสภาพอากาศและป้องกันลูกเห็บหล่นใส่ไม่ให้เกิดความเสียหายกับหลังคา ใช้งานง่ายและน้ำหนักเบา แต่ติดตั้งเรียบร้อยแล้วก็จะกลายเป็นป้อมปราการที่ป้องกันฝน หิมะและลูกเห็บ ด้วยเทคโนโลยี Microcell ที่ใช้ในแผ่นควบคุมได้รับการทดสอบความแข็งแรงและพิสูจน์แล้วว่าเหนือกว่าวัสดุก่อสร้างชนิดอื่น ๆ ในด้านการป้องกันสภาพอากาศ

หลังคาสกายไลท์กันกระแทกมีคุณสมบัติที่หลากหลายจนน่าทึ่ง

ความสะดวกในการติดตั้งหลังคาสกายไลท์ Danpal เป็นอีกหนึ่งเรื่องจริง เพราะเมื่อติดตั้งบนโลหะหรือคอนกรีต มันมีทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นผสมกัน นอกจากนี้การติดตั้งยังสะดวกอย่างมากเมื่อต้องการการปรับหลังคาให้มีความยาวและขนาดที่ต้องการ

ระบบสกายไลท์ Danpavault Barrel Vault สามารถวางบนโครงสร้างที่เป็นโลหะได้ โดยสามารถเลือกใช้โครงอลูมิเนียมเสริมได้ หรือให้สามารถรองรับตัวมันเองได้

สกายไลท์ไม่เหมาะกับหลังคาทุกประเภท

เนื่องจากมีการติดตั้งสกายไลท์ไว้ที่แนวใต้หุ้มหลังคาและปลอก ดังนั้นการสร้างหลังคาจึงต้องทำให้สามารถรับสกายไลท์ได้ ในขั้นแรกให้พิจารณาการจัดเฟรมซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นหนึ่งในสองประเภทดังนี้:

  • หลังคา Stick-framed ที่สร้างขึ้นโดยมีคานแยกแต่ละอัน เว้นระยะห่างกันถึงสี่ฟุต เหมาะสำหรับสกายไลท์มากกว่า เนื่องจากมีพื้นที่เพียงพอที่จะตัดและปรับสกายไลท์ให้พอดีระหว่างจันทัน
  • หลังคาโครงถัก ถูกตั้งชื่อตามส่วนสามเหลี่ยมสำเร็จรูปที่สร้างขึ้นมา ไม่เหมาะสำหรับสกายไลท์อย่างยิ่ง เพราะโครงถักไม่ได้ออกแบบมาให้ตัดได้ หากทำการติดตั้งสกายไลท์ก็อาจลดทอนความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลังคาได้

แม้ว่าช่างติดตั้งยินดีที่จะเสริมสกายไลท์ให้กับหลังคาแบบโครงถักก็ตาม คุณอาจต้องใช้สกายไลท์ขนาดเล็กที่มีความกว้างไม่เกินสองฟุตเพื่อให้พอดีกับพื้นที่ที่จำกัดระหว่างคานที่เป็นส่วนประกอบของโครงถักแต่ละอัน ค่าพื้นที่นี้อาจไม่กว้างพอตามความต้องการของคุณ เนื่องจากขนาดที่แนะนำสำหรับสกายไลท์อยู่ระหว่าง 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสของห้องจะรับแสง

ส่วนหลังคาแบบ stick-framed ก็ใช่ว่าจะสามารถติดตั้งสกายไลท์ได้ทุกโครงการ เพราะปัญหาอยู่ที่ความลาดชันของหลังคาที่อาจทำให้ติดตั้งยากขึ้น หลังคารูปทรงจั่ว ทรงปั้นหยาและเพิงนั้นเหมาะแก่การติดตั้งสกายไลท์อย่างยิ่งเพราะทุกหลังมีความลาดชันที่จะไม่ทำให้เกิดน้ำขังและเศษขยะลงมาจากช่องสกายไลท์ เพื่อป้องกันรอยเปรอะเปื้อนจากน้ำบนกระจก นอกจากนี้ หลังคาแบนถือเป็นอีกทางเลือกที่ควรเลี่ยงสำหรับสกายไลท์ด้วยเหตุผลก่อนหน้านี้

นอกจากกระจกแล้วยังสามารถติดตั้งสกายไลท์ด้วยวัสดุชนิดอื่น

สกายไลท์ประกอบด้วยโครงไม้ ไวนิลหรือโลหะที่ยึดกับชิ้นส่วนส่งผ่านแสงหรือที่เรียกว่ากระจก คุณสามารถเลือกการติดตั้งสกายไลท์พลาสติกหรือกระจกก็ได้

การติดตั้งกระจก ที่หนักกว่าสองเท่าและแพงกว่าพลาสติกตั้งแต่ 25 เปอร์เซ็นต์จนถึง 5 เท่า ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดของคุณ และถือเป็นตัวเลือกที่ชัดเจน ป้องกันรอยขีดข่วนได้และทนต่อแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังทนต่อการเปลี่ยนสี ป้องกันรังสี UV ได้มากขึ้นและมีขนาดและรูปร่างที่กำหนดเองได้ซึ่งแตกต่างจากพลาสติก ดังนั้นการติดตั้งกระจกยังมีฉนวนให้เลือกสองแบบคือ:

  • การเคลือบที่มีการแผ่รังสีต่ำ (low-E) ซึ่งเป็นชั้นโลหะออกไซด์ที่มองไม่เห็นบนบานกระจกด้านใน
  • การเคลือบชั้นก๊าซอาร์กอนแทรกซึมระหว่างบานกระจกทั้งสองเพื่อช่วยกักเก็บความร้อนภายในอาคารในฤดูหนาว ป้องกันความร้อนจากภายนอกในฤดูร้อ นและป้องกันรังสียูวีได้เกือบทั้งหมด

หากคุณเลือกติดตั้งกระจก ควรเลือกเป็นกระจกนิรภัยหรือกระจกลามิเนตเพื่อป้องกันไม่ให้แตกเป็นชิ้นแหลมเมื่อเกิดการกระทบกระเทือน กระจกที่ทนทานที่สุดคือกระจกสองชั้นซึ่งประกอบด้วยกระจกนิรภัยหรือกระจกลามิเนตสองบานหรือบานกระจกด้านนอกเป็นกระจกนิรภัย ส่วนบานกระจกด้านในเป็นกระจกลามิเนต

ติดต่อ Danpal เพื่อปรึกษาเรื่องสกายไลท์กันกระแทกให้กับโครงการก่อสร้างถัดไปของคุณ

แผ่นผนังโปร่งแสงหุ้มฉนวน

แผ่นผนังฟาซาด Danpal ช่วยเสริมเปลือกอาคารให้ดูดีมีประสิทธิภาพได้เหนือความคาดหวังของลูกค้า พร้อมทั้งประสบการณ์การควบคุมระบบแสงที่โดดเด่นของ Danpal อันเป็นที่รู้จักกันดี ในอีดตเรามักจะเห็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่แบบดั้งเดิมเสริมด้วยแผ่นผนังโปร่งแสงหุ้มฉนวนซึ่งเป็นทางเลือกที่นิยมในตอนนั้น ทำให้หน้าต่างสามารถรับแสงเข้ามาในพื้นที่บ้านหรืออาคารได้ แต่ยังติดปัญหาเรื่องแสงสะท้อนจากแสงธรรมชาติอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทาง Danpal จึงได้ออกแบบแผ่นผนังโปร่งแสงหุ้มฉนวนที่สามารถควบคุมแสงและป้องกันแสงสะท้อนได้ รวมทั้งให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือกว่าแก่อาคารหรือบ้านของคุณ

ข้อดีของแผ่นผนังโปร่งแสงหุ้มฉนวน

แผ่นโปร่งแสงถูกออกแบบมาเพื่อกระจายปริมาณแสงที่เข้าสู่พื้นที่ ซึ่งเป็นการสร้างแสงที่อ่อนลงเพื่อทำให้บรรยากาศภายในดีขึ้น เหมาะแก่การอ่าน การเขียนหรือการสนทนาแบบเงียบ ๆ เนื่องจากแสงสะท้อนที่ลดลง ช่วยให้พนักงานที่ทำงานบนโต๊ะทำงานได้รับประโยชน์จากแสงธรรมชาติโดยไม่ต้องทนนั่งร้อนจากแสงจ้าจนทำให้ระคายเคือง แผ่นโปร่งแสงที่ทาง Danpal ได้พัฒนาให้ที่มีฟังก์ชั่นการแรเงา ด้วยการตั้งค่าแผ่นควบคุมเหล่านี้ให้สามารถปรับได้เหมาะกับระดับความสะดวกสบายของลูกค้าและพนักงาน อาคารโปร่งแสงมีตัวเสริมการป้องกันรังสียูวีเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายใด ๆ จากแสงแดดและช่วยลดมวลความร้อน การทำให้แสงอ่อนลง ไม่จ้าและเลี่ยงการถูกแสงแดดแผดเผาด้วยแผ่นผนังโปร่งแสงหุ้มฉนวนของ Danpal ถือเป็นรางวัลพิเศษที่ผนังกระจกไม่สามารถทำให้ได้ การได้รับแสงธรรมชาติโดยตรงแบบไม่มีการสะท้องแสงและเงา หรือผ้าม่าน จะทำให้แสงที่ได้รับนั้นไร้ประโยชน์ และยังทำให้บรรยากาศและอารมณ์ของคนในพื้นที่ห้องหรือห้องทำงานนั้นเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง

คุณสมบัติควบคุมความร้อนของแผ่นผนังโปร่งแสงหุ้มฉนวน

Danpathern เป็นระบบฟาซาดที่ถูกออกแบบมาให้ช่วยเรื่องระบายความร้อนที่ดีเยี่ยมเพื่อเพิ่มการกักเก็บความร้อน ในขณะเดียวกันก็เป็นอุปสรรคต่อลมและมีสิ่งสกปรกติดอยู่ภายนอก ผลิตภัณฑ์ Danpal เป็นที่นิยมในเรื่องการควบคุมความร้อนที่เหนือกว่าและยังเอื้อต่อระบบทำความร้อนและความเย็นของอาคารด้วย

ส่วนประกอบของแผ่นหุ้มฉนวน: ด้านนอก

เปลือกนอกของแผ่นฉนวนประกอบด้วยชั้นต่าง ๆ อยู่หลายชั้นซึ่งทำหน้าที่ปกป้องแผ่นฉนวนจากผลกระทบของสิ่งแวดล้อมเช่น รังสี UV และจากการกัดกร่อน

เนื่องจากแต่ละชั้นมีคุณสมบัติตรงตามการใช้งาน จึงจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมที่จะกระทบต่อแผ่นฉนวนก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ หลังจากวิเคราะห์เรียบร้อยแล้วจึงสามารถเลือกวัสดุและสารเคลือบที่เหมาะสมได้

เนื่องจากด้านนอกและด้านในของแผ่นฉนวนมักมีสภาพที่แตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้นแลคเกอร์และวัสดุที่ใช้จึงแตกต่างกันไปตามด้านที่ติดอยู่ ตัวอย่างเช่น เปลือกภายนอกควรมีชั้นป้องกันรังสียูวีเสมอ และในพื้นที่ภายในที่อับชื้นเช่น สระว่ายน้ำ ควรใช้การป้องกันการกัดกร่อนที่ดี

ส่วนประกอบของแผ่นหุ้มฉนวน: แกนกลาง

คุณสมบัติพิเศษของแผ่นฉนวนนั้นเกิดขึ้นได้จากแกนฉนวน ซึ่งจะมีแผ่นภายนอกที่ทำจากเหล็กหรืออลูมิเนียมคอยปกป้องอยู่ แกนกลางของแผ่นฉนวนสามารถทำจากวัสดุหลายประเภทและมีความหนาต่างกัน

​การจัดส่งแผ่นฉนวน

เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใช้แผ่นฉนวนเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้าง การจัดส่งจะเกิดขึ้นทันทีหลังจากวางคำสั่งซื้อของคุณ สำหรับแผ่นที่มีความยาวไม่เกิน 24 เมตร อาจมีกฎสำคัญบางข้อที่คุณต้องใส่ใจเพื่อให้แน่ใจว่าแผ่นฉนวนที่ได้จะไม่เกิดความเสียหาย

แผ่นฉนวนมักจะมาในบรรจุภัณฑ์ ดังนั้นจะต้องวางห่อฉนวนทั้งหมดในแนวนอนบนแผ่นรองที่ทำจากโฟมพลาสติกหรือไม้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง อย่าลืมเว้นระยะห่างให้เหมาะสม พื้นผิวที่ใช้รองควรพอดีกับรูปร่างของบรรจุภัณฑ์ หรือถ้าบรรจุภัณฑ์แบน พื้นผิวที่ใช้รองควรจะแบนด้วยเช่นกัน หากบรรจุภัณฑ์มีความโค้งพื้นผิวที่ใช้รองอยู่ก็ควรจะโค้งด้วยเช่นกัน เมื่อวางบรรจุภัณฑ์ซ้อนกัน จะต้องรองตัวเว้นระยะซ้อนระหว่างบรรจุภัณฑ์นั้นด้วย

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าหีบห่อไม่ยื่นเกินหนึ่งเมตรและมีความปลอดภัยในหน้าตัดอย่างน้อยสองส่วนโดยใช้สายรัดไม่เกิน 3 เมตร ในขั้นตอนติดสายรัด สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ สายรัดนั้นต้องไม่ทำให้แผ่นฉนวนเสียหาย รวมถึงพื้นผิวบรรทุกของยานพาหนะควรว่างเปล่าและกันฝนและแดดได้

ติดต่อ Danpal เพื่อปรึกษาเรื่องการควบคุมแสงธรรมชาติด้วยการใช้แผ่นผนังโปร่งแสงของเราให้กับโครงการก่อสร้างครั้งถัดไปของคุณ

อุปกรณ์ควบคุมและบังแดด

คำแนะนำ

มีหลายเหตุผลที่เรามักต้องการควบคุมระดับความร้อนที่ส่องเข้ามาในอาคาร และด้วยสภาพอากาศที่อบอุ่นและมีแดดจัด การได้รับแสงอาทิตย์มากเกินไปอาจส่งผลต่อการใช้พลังงานความเย็นสูงขึ้น เพราะสภาพอากาศที่เย็นและอบอุ่น โดยมีแสงแดดช่วงฤดูหนาวส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่หันหน้าทางทิศใต้ แน่นอนว่าอาจส่งผลให้เกิดความร้อนจากแสงอาทิตย์แบบพาสซีฟ (passive solar) และการควบคุมในแทบทุกสภาพอากาศ รวมถึงการส่องแสงสว่างโดยธรรมชาติจะช่วยเพิ่มการรับแสงช่วงกลางวันได้ดี

อุปกรณ์ควบคุมและบังแดดที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีสามารถลดปริมาณความร้อนและความเย็นสูงสุดของอาคารได้อย่างมาก รวมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพแสงธรรมชาติจากการตกแต่งภายในอาคาร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณและตำแหน่งของช่องหน้าต่างด้วย ซึ่งมีรายงานว่าจะช่วยลดการใช้พลังงานทำความเย็นได้ถึง 5-15% ต่อปี นอกจากนี้อุปกรณ์ควบคุมและบังแดดยังช่วยเพิ่มการมองเห็นของผู้ใช้ได้ด้วยการควบคุมแสงจ้าและลดอัตราส่วนคอนทราสต์ลง

อุปกรณ์บังแดดช่วยเสริมความโดดเด่นบริเวณส่วนหน้าอาคารหนึ่งให้มีความแตกต่างจากอีกอาคารหนึ่ง อุปกรณ์ชนิดนี้สามารถทำให้เป็นที่น่าสนใจ และยังสามารถออกแบบให้เป็นแบบธรรมดาได้ตามคุณสมบัติทางกายภาพนั้นเอง

คำอธิบาย

การใช้อุปกรณ์ควบคุมและบังแดดเป็นกลยุทธ์สำคัญของการออกแบบอาคารที่ช่วยประหยัดพลังงานหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่ใช้ระบบทำความร้อนจากแสงอาทิตย์แบบพาสซีฟหรือไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน มักต้องพึ่งอุปกรณ์ควบคุมและบังแดดที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม

ในช่วงฤดูหนาว การบังแดดหน้าต่างภายนอกเป็นวิธีที่ดีในการป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์เข้าสู่พื้นที่ที่มีการปรับอากาศ ทั้งนี้สามารถสร้างร่มเงาได้โดยการจัดสวนธรรมชาติ หรือโดยส่วนประกอบของอาคาร เช่น ผ้าใบบังแดด กันสาดและระแนงบังตา อุปกรณ์บังแดดบางชนิดสามารถทำหน้าที่เป็นตัวสะท้อนแสงที่เรียกว่า หิ้งสะท้อนแสง ซึ่งจะช่วยสะท้อนแสงธรรมชาติให้ส่องเข้ามาภายในอาคาร

การออกแบบอุปกรณ์บังแดดที่มีประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับการวางเปลือกอาคารตามแนวแสงอาทิตย์ ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงฤดูร้อนที่มุมดวงอาทิตย์อยู่สูง กันสาดที่ยึดติดอาคารจะช่วยบังแดดบริเวณหน้าต่างที่หันหน้าทางทิศใต้ อย่างไรก็ตามหากอยู่ในช่วงฤดูร้อน อุปกรณ์แนวขนานประเภทเดียวกันนี้ไม่สามารถบังแดดอ่อน ๆ ช่วงบ่ายได้ เพราะแสงแดดอยู่ต่ำและสามารถผ่านช่องหน้าต่างที่หันหน้าทางทิศตะวันตกได้

อุปกรณ์บังแดดภายนอกมีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับอาคารกระจกใส อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีการเคลือบผิวกระจกที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดต่ำ (SC) หากเลือกใช้บริการเคลือบกระจกชนิดนี้จะช่วยลดความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์บังแดดภายนอกได้

ดังนั้นการควบคุมพลังงานแสงอาทิตย์และการบังแดดอาคาร สามารถทำได้หลากหลายแบบ ดังนี้ :

  • เสริมลักษณะทางภูมิทัศน์ เช่น ต้นไม้ที่โตเต็มที่หรือบานเกล็ดปรับได้
  • เสริมองค์ประกอบภายนอก เช่น กันสาดหรือครีบแนวตั้ง
  • เสริมพื้นผิวสะท้อนแนวขนานพื้นที่เรียกว่า หิ้งสะท้อนแสง
  • เคลือบกระจกที่มีค่าสัมประสิทธิ์การบังแดด (SC) และ
  • ติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมแสงสะท้อนภายใน เช่น มู่ลี่หรือบานเกล็ดแบบปรับได้

อลูมิเนียมที่ออกแบบเพื่อบังแดด, แผงควบคุมแสงแดดแนวขนาน, ครีบบังแดดแนวตั้ง

อุปกรณ์บังแดดภายนอกแบบยึดติดอาคาร เช่น กันสาด ที่มักใช้งานได้จริงสำหรับอาคารพาณิชย์ขนาดย่อม ระยะกันสาดที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับขนาดของหน้าต่าง และความสำคัญของการทำความร้อนและความเย็นในอาคารที่สอดคล้องกัน

ในช่วงฤดูร้อน มุมของดวงอาทิตย์จะอยู่สูงสุดซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน แต่อุณหภูมิและความชื้นสูงสุดมักจะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ดังนั้นจำไว้ว่า ขนาดกันสาดที่ยื่นออกมาบังแดดหน้าต่างที่หันหน้าทางทิศใต้ในเดือนสิงหาคม จะช่วยบังแดดหน้าต่างในช่วงเดือนเมษายนด้วย ซึ่งอาจเป็นช่วงที่ต้องการความร้อนจากแสงอาทิตย์ก็ได้

ขอบคุณภาพจาก SBIC และ  

การออกแบบอุปกรณ์บังแดดอย่างถูกต้องจำเป็นต้องศึกษาเรื่องตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในช่วงฤดูหนาว เพราะตำแหน่งของดวงอาทิตย์จะปรากฏในระดับมุมสูงและมุมราบ

  • มุมสูง คือมุมของดวงอาทิตย์เหนือขอบฟ้าซึ่งจะขึ้นสูงสุดของวันในตอนเที่ยงสุริยะ
  • มุมราบหรือที่เรียกว่ามุมแบริ่ง คือมุมของการฉายแสงดวงอาทิตย์ไปตามแนวขนานพื้นดินที่สัมพันธ์กับทิศใต้
  • แหล่งข้อมูลที่สามารถเข้าดูข้อมูลของมุมดวงอาทิตย์และแผนภาพเส้นทางสุริยะ คือ Architectural Graphic Standards, 12th Edition ซึ่งหาได้จากสำนักพิมพ์ John Wiley & Sons, Inc.

มุมราบ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก pveducation.org

อุปกรณ์บังแดดช่วยเสริมภาพลักษณ์ของตัวอาคารภายนอก แต่ภาพลักษณ์นี้อาจจะดูดีขึ้นหรือดูแย่ลงก็ได้ ก่อนหน้านี้ในขั้นตอนการออกแบบอุปกรณ์บังแดดถือว่ามีแนวโน้มที่ดีและน่าดึงดูด และสามารถปรับให้เข้ากับสถาปัตยกรรมโดยรวมของโครงการได้เป็นอย่างดี

ในมาตรฐาน ANSI / ASHRAE / IES 90.1 การออกแบบอาคารใหม่อย่างมีประสิทธิภาพยกเว้นอาคารที่อยู่อาศัยแนวราบ (ซึ่งใช้มาตรฐานเทียบเท่า 10 C.F.R. § 435) ระดับการบังแดดของหน้าต่างเป็นข้อพิจารณาสำคัญที่ต้องประเมินทั้งปัจจัยการฉายแสง (PF) ในส่วนการบังแดดภายนอก และค่าสัมประสิทธิ์การบังแดด (SC) ของกระจก เมื่อใช้วิธีการออกแบบเปลือกหุ้มส่วนประกอบเสริม

ระบบการออกแบบอุปกรณ์บังแดด

ด้วยความหลากหลายของอาคารและช่วงฤดูของสภาพอากาศที่สามารถเกิดขึ้นได้ จึงค่อนข้างสรุปข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการออกแบบอุปกรณ์บังแดดได้ยาก อย่างไรก็ตามคำแนะนำการออกแบบต่อไปนี้ โดยทั่วไปถือปฏิบัติได้จริง:

  1. ใช้กันสาดยึดติดเหนือกระจกที่หันหน้าไปทางทิศใต้เพื่อควบคุมลำแสงโดยตรงจากดวงอาทิตย์ การควบคุมการแผ่รังสีทางอ้อม (แบบกระจาย) สามารถทำได้โดยมาตรการอื่น ๆ เช่น การเคลือบกระจกสะท้อนแสง
  2. ให้จำกัดปริมาณกระจกทางด้านตะวันออกและตะวันตกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เนื่องจากบังแสงแดดได้ยากกว่ากระจกฝั่งทางใต้ ลองพิจารณาการปรับภูมิทัศน์ให้ช่วยบังแสงแดดทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
  3. หมดกังวลกับการบังแดดของกระจกที่หันหน้าไปทางทิศเหนือในละติจูดของทวีปอเมริกาเนื่องจากได้รับแสงอาทิตย์โดยตรงน้อยมาก ส่วนในเขตร้อนอาจไม่ต้องสนใจกฎข้อนี้ เนื่องจากด้านทิศเหนือของอาคารจะได้รับพลังงานแสงอาทิตย์โดยตรงมากกว่า นอกจากนี้ในเขตร้อนให้พิจารณาการบังแดดหลังคาแม้ว่าจะไม่มีสกายไลท์ เนื่องจากหลังคาเป็นส่วนสำคัญของการรับแสงอาทิตย์ที่ส่งเข้ามาในอาคาร (หลังคาโพลีคาร์บอเนต ตารางเมตรละ)
  4. จำไว้ว่าการบังแดดส่งผลต่อแสงสว่างตอนกลางวัน ที่ควรพิจารณาทั้งสองอย่างพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น หิ้งสะท้อนแสง จะช่วยสะท้อนแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้มากผ่านช่องหน้าต่างบานสูง ในขณะที่การบังแดดอาศัยช่องหน้าต่างที่ต่ำกว่า
  5. อย่าคาดหวังว่าอุปกรณ์บังแดดภายใน เช่น มู่ลี่หรือบานเกล็ดแนวตั้ง จะช่วยลดภาระการทำความเย็นเพราะได้รับแสงอาทิตย์เข้าสู่พื้นที่ทำงานแล้ว อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ติดตั้งภายในเหล่านี้ มีการควบคุมแสงสะท้อนและสามารถช่วยเรื่องการมองเห็นและความสบายตาในที่ทำงาน
  6. ศึกษาเรื่องมุมของดวงอาทิตย์ การที่เข้าใจเกี่ยวกับมุมของดวงอาทิตย์นั้นสำคัญต่อการออกแบบภายด้านต่าง ๆ รวมถึงการกำหนดแนวอาคารขั้นพื้นฐาน การเลือกอุปกรณ์บังแดด และการวางแผงเซลล์แสงอาทิตย์แทนวัสดุอาคาร (BIPV) หรือตัวสะสมพลังงานแสงอาทิตย์
  7. พิจารณาความทนทานของอุปกรณ์บังแดดให้ดี เมื่อเวลาผ่านไปอุปกรณ์บังแดดที่ใช้งานได้อาจต้องชำรุดได้และควรพิจารณาเรื่องการซ่อมแซมที่อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
  8. เมื่อเน้นใช้องค์ประกอบทางภูมิทัศน์ช่วยบังแดด ให้พิจารณาค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ตามวงจรชีวิตของมัน
  9. กลยุทธ์การบังแดดที่ใช้งานได้ดีในละติจูดหนึ่ง อาจไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่อื่น ๆ ที่ละติจูดต่างกัน ดังนั้นจงระวังเมื่อใช้แนวคิดการบังแดดจากโครงการหนึ่งไปใช้กับอีกโครงการหนึ่ง

ตัวอย่างลักษณะภูมิทัศน์ด้านข้างที่ช่วยเรื่องการประหยัดพลังงาน

ดูข้อมูลเพิ่มเติม: greenglobes.com
ผนังม่านและหิ้งสะท้อนแสงในพื้นที่ห้องสมุดชั้นสอง

วัสดุและวิธีการก่อสร้าง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีอุปกรณ์บังแดดและกระจกสำหรับติดตั้งในอาคารเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์บังแดดที่เปลี่ยนได้ หลายแบบมีวางจำหน่ายทั่วไปตั้งแต่กันสาดผ้าใบไปจนถึงฉากกั้นแสงอาทิตย์เช่น มู่ลี่ ม้วนบานเกล็ด และบานเกล็ดตั้ง แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยบังแดดได้ดีแต่การนำมาใช้งานจริงมักมีข้อจำกัดในเรื่องการจัดการด้วยตนเองหรือเชิงกล นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านความคงทนและการบำรุงรักษาที่ต้องพิจารณาด้วยเช่นกัน

ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน A&E ระบุชนิดกระจกทั้งหมดอย่างครบถ้วน ซึ่งควรเลือกเป็นกระจกที่มีค่าการถ่ายเทพลังงานความร้อน (U-value) , กระจกที่มีค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดต่ำ และ กระจกที่ช่วยเรื่องการมองเห็นที่ดี รวมถึงหน้าต่างที่ถ่ายเทความร้อนสำหรับระบบช่องหน้าต่างทั้งหมด ค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดต่ำ (SC) ของกระจกจะบ่งบอกถึงปริมาณความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่จะส่องเข้าสู่อาคารเทียบกับกระจกที่เคลือบชั้นเดียว ดังนั้นค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดที่ต่ำกว่าจึงหมายถึงการได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์น้อยลง การส่องผ่านที่ช่วยเรื่องการมองเห็น (Tvis) ของวัสดุเคลือบ แสดงถึงเปอร์เซ็นต์ของแสงที่มีอยู่ในส่วนที่มองเห็นได้จากสเปกตรัมที่เข้าสู่อาคาร ดูเพิ่มเติมจาก WBDG Windows และ Glazing

เมื่อออกแบบอุปกรณ์บังแดด ให้ประเมินการทำงานและการบำรุงรักษา (O&M) รวมถึงผลกระทบด้านความปลอดภัยทั้งหมดอย่างรอบคอบ ในบางสถานที่อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้ เช่น นกทำรังหรือแผ่นดินไหว ซึ่งอาจจะใช้อุปกรณ์บังแดดผสมผสานกับตัวอาคารไม่ค่อยได้ ความจำเป็นในการบำรุงรักษาและทำความสะอาดอุปกรณ์บังแดด โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้งานจะต้องพิจารณาเรื่องต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน

การใช้งาน

ในจำนวนอาคารหลัก ๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากการใช้อุปกรณ์บังแดด ได้แก่:

  • ค่ายทหารและโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศหนาวเย็นหรือเขตอบอุ่น
  • สำนักงานอาคารบริหารและโครงสร้างอื่น ๆ ที่ใช้แสงกลางวัน และ
  • เกือบทุกโครงสร้างในสภาพอากาศอบอุ่นและมีแดดร้อนจัด