ทุกเรื่องที่ต้องการรู้เกี่ยวกับการมุงหลังคาตอนที่ 1: การมุงหลังคา 101

คู่มือฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับข้อกำหนดและการออกแบบหลังคา

หลังคาบ้านคิดเป็นสัดส่วนถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของตัวบ้านภายนอก สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจตั้งแต่รูปแบบที่ทำให้ดูดีไปจนถึงความปลอดภัยในบ้าน ว่าอะไรที่ทำให้บ้านของคุณดูสวยเฉียบและ (ที่สำคัญกว่า) กันน้ำได้ดี

เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จะต้องเปลี่ยนหลังคาในบางจุด แต่หลายคนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน นั่นคือสาเหตุที่เราจึงทำสรุปข้อกำหนดและส่วนประกอบของการมุงหลังคาที่นิยมใช้กันที่สุด ก่อนจะเริ่มงานมุงหลังคาใด ๆ

หลังคาทำมาจากอะไร?

7 ส่วนประกอบพื้นฐานที่คุณควรรู้สำหรับการมุงหลังคา

ไม้มุงหลังคา (Shingle): ารมุงหลังคาสามารถใช้วัสดุหลากหลายประเภท โดยหน้าที่หลักของมันคือ เพื่อป้องกันวัสดุมุงหลังคาจากสภาพอากาศ ไม้มุงหลังคามักวัดเป็นจตุรัส ซึ่งมีขนาด 100 ตารางฟุต ดังนั้นเมื่อรู้ขนาดของหลัง เช่น ขนาด 2,500 ตารางฟุต คุณจะต้องสั่งซื้อไม้มุงหลังคาจำนวน 25 แผ่น

วัสดุมุง (Sheathing): บอร์ดหรือแผ่นวัสดุที่ติดกับจันทันพรางเพื่อช่วยป้องกันสภาพอากาศให้บ้านของคุณ ส่วนนี้เรียกอีกอย่างว่า ดาดฟ้าหลังคา

ครอบหลังคา (Trim): ติดตั้งเพื่อปกปิดรอยต่อหลังคาตามแนวตะเข้สันหรืออกไก่ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตะเข้สันหรืออกไก่ด้านล่าง)

จันทัน (Rafter): คือแผ่นไม้หรือโลหะภายในบ้านเพื่อรับน้ำหนักวัสดุและไม้มุงหลังคา จันทันถือเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับหลังคาของคุณ

แผ่นรองใต้หลังคา (Underlayment): ลักษณะคล้ายกระดาษกันน้ำที่ปูทับแผ่นไม้อัดเพื่อป้องกันปัญหาการรั่วซึมจากฝนและหิมะ โดยจะใช้กับแผ่นกันซึมและแผ่นป้องกันไอน้ำ ซึ่งเป็นแผ่นพลาสติกปิดกั้นอากาศและน้ำ ไม่ให้ซึมผ่านเข้ามาได้

แผ่นปิดครอบ (Flashing): แผ่นโลหะหรือวัสดุชนิดอื่น ๆ ที่ใช้ปิดรอยต่อของหลังคา เพื่อป้องกันการรั่วซึม ซึ่งสามารถปิดรอยต่อของหลังคาได้ทุกจุดที่มีการเปลี่ยนทิศทาง และใช้เพื่อช่วยปิดจุดต่าง ๆ จากองค์ประกอบต่าง ๆ ถ้ามี

รางน้ำฝน (Drainage): คุณสมบัติการออกแบบของหลังคาที่ช่วยให้สามารถระบายน้ำได้ การติดตั้งจะยึดจากค่าความลาดชันหรือระยะห่างของหลังคา ในระยะแนวนอนแต่ละฟุตจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นนิ้ว หรือที่เรียกว่า “ทิศทางท่อ” ตัวอย่างเช่น การเพิ่ม 5 นิ้วในระยะทุก ๆ ฟุตของหลังคา ที่มีความลาดเอียง 5-in-12

องค์ประกอบพื้นฐานในการออกแบบหลังคา

เมื่อเข้าใจส่วนประกอบของหลังคาแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องระบุองค์ประกอบการออกแบบหลังคาและองค์ประกอบใดที่จะใช้กับบ้านของคุณ

  1. ผนังจั่ว (Gable Wall): ส่วนสามเหลี่ยมของบ้านที่ยื่นออกมาจากเชิงชายไปจนถึงจุดสูงสุดของหลังคา
  2. เส้นแนวกลางอกไก่ (Centerline of Ridge): มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เส้นเฉียง จากผนังถึงจันทันใต้ขอบหลังคาที่ปลายจั่ว
  3. อกไก่ (Ridge): เป็นจุดสูงสุดของหลังคา หรือเรียกอีกอย่างว่ายอดหลังคา
  4. ตะเข้ราง (Valley): แนวบรรจบของผืนหลังคาสองระนาบลงมา
  5. เชิงชาย (Eaves): ชายคาที่ห้อยลงมาติดกับผนังด้านนอกของบ้าน
  6. ตะเข้สัน (Hip): จุดสูงสุดที่หลังคาสองระนาบมาบรรจบกัน 
  7. ค้ำยัน (Abutment): โครงสร้างเสริมหลังคาตำแหน่งแนวตั้ง เช่น ผนัง หรือ ปล่องควัน
  8. หน้าต่างหลังคา (Dormers): ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีหหน้าต่างหลังคา แต่การที่มีหน้าต่างยื่นออกมาก็เพื่อรับแสงธรรมชาติให้ส่องเข้ามาที่ห้องใต้หลังคา หรือชั้นสามของบ้าน

ลองออกไปสำรวจและสังเกตว่าหลังคาบ้านคุณมีส่วนประกอบอะไรบ้าง โดยสังเกตว่ามีอกไก่ ตะเข้สัน ค้ำยันและจั่วจำนวนเท่าใด ถ้ากำลังคิดอยากเปลี่ยนหลังคาเร็ว ๆ นี้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจหน่วยวัดเป็นฟุตและการออกแบบโครงสร้างหลังคาเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายที่ควรเตรียมไว้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำการเปลี่ยนหลังคาบ้าน

  1. ติดตั้งหรือซ่อมแซมหลังคาบ้านล่าสุดเมื่อใด

บ้านคุณมีหลังคาเดิม หรือพึ่งซ่อมหลังคาไปภายในสองสามปีที่ผ่านมานี้หรือไม่ สังเกตไม้มุงหลังคาที่ใช้และจดจำอายุหลังคาของคุณหรืออาจสังเกตการรั่วซึม เพื่อจะกำหนดตารางเพื่อจะได้รู้ว่าถึงเวลาเปลี่ยนหลังคา การเปลี่ยนหลังคาต้องดูโครงสร้างหลังคาเดิมที่มี รวมถึงประเภทไม้มุงหลังคาที่ใช้ หากใช้ยางมะตอย อายุของมันประมาณ 20 ปี แต่หากใช้ไม้มุงหลังคา อายุการใช้งานราว ๆ 30 ปี   

  1. หลังคามีช่องระบายอากาศทางไหนบ้าง

การระบายอากาศที่เหมาะสม คือสิ่งสำคัญสำหรับระบบหลังคาบ้านที่ดี หากหลังคาบ้านไม่มีการถ่ายเทอากาศ สิ่งที่ตามมาอาจทำให้เกิดเชื้อราและเกิดราน้ำค้างได้ นอกจากช่องระบายอากาศใต้หลังคาแล้ว ยังมีอีกสองสามปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของอากาศผ่านเข้ามาใต้ห้องหลังคาไปสู่ตัวหลังคาได้ 

ดังนั้น รีบขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคาเพื่อเช็คสิ่งดังต่อไปนี้:

สังเกตดูฉนวนกันความร้อนว่ามีช่องโหว่หรือไม่ เพื่อช่วยความร้อนผ่านเข้ามาและการระบายความร้อน ควรติดตั้งแผงกั้นไอน้ำใต้ฉนวนและติดกับเพดานเพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นเพิ่มขึ้นในห้องใต้หลังคา

การมีช่องเปิดและช่องระบายอากาศที่เพียงพอ จะทำให้อากาศหมุนเวียนเข้าและออกได้สะดวก โดยทั่วไปควรมีช่องระบายอากาศหลังคาขนาด 1 ฟุตบริเวณพื้นที่ห้องใต้หลังคาทุก ๆ 150 ตารางฟุต โดยคำนวณหาจำนวนช่องระบายอากาศหลังคาของคุณได้ที่นี่ 

ระยะห่างระหว่างฉนวนกันความร้อนและวัสดุมุงหลังคา อย่างน้อย 1 นิ้ว

  1. ควรใช้ไม้มุงหลังคาประเภทใด

วัสดุของไม้มุงหลังคามีหลายประเภท ตั้งแต่ยางมะตอยไปจนถึงไม้ หรือแม้แต่หินชนวน  วัสดุแต่ละประเภทมีอายุการใช้งานแตกต่างกันและความทนทานของวัสดุขึ้นอยู่กับขนาดหลังคาของคุณ ให้ระวังเรื่องสภาพอากาศที่รุนแรง เช่ม ลมพายุ หรือความหนาวเหน็บ ที่อาจมีส่วนทำให้ไม้มุงหลังคาบ้านแตกร้าวได้ 

  1. สมรรถนะการทนไฟของหลังคา

สมรรถนะการทนไฟ คือ ระบบจำแนกประเภทความทนไฟของวัสดุมุงหลังคาบ้าน การจำแนกประเภทนั้นมีระดับ A, B และ C วัสดุประเภท A มีความต้านทานไฟจากด้านนอกโครงหลังคา สูงที่สุด ซึ่งวัสดุประเภทนี้ได้แก่ ดินกระเบื้อง หลังคาไฟเบอร์กลาส และหลังคาเมทัล

การเข้าใจพื้นฐานโครงสร้างหลังคา จะช่วยให้คุณเข้าในระบบหลังคาปัจจุบันของคุณ และช่วยให้เข้าใจว่ามีวัสดุใดบ้างที่เหมาะกับความลาดชันของหลังคาบ้านคุณ

พร้อมเริ่มงานมุงหลังคาบ้านคุณหรือยัง เราหวังอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสได้รับการติดต่อและได้ให้ความช่วยเหลือ รวมถึงให้คำแนะนำที่ตรงกับความต้องการของคุณได้