รูปทรงและลักษณะหลังคา 

หลังคาทุกหลังออกแบบมาเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์เฉพาะที่สวยงามน่าดึงดูด ซึ่งอาจเป็นเพียงหนึ่งในข้อควรพิจารณาอีกมากมายที่ควรต้องคำนึงด้วย ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงลักษณะและรูปทรงหลังคาที่พบมากที่สุด เพื่อจะได้เข้าใจถึงลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน

หมายเหตุว่า รูปทรงหลังคาที่จะกล่าวต่อไปนี้ สามารถรวมหรือเชื่อมต่อกันในอาคารเดียว เพื่อสร้างเป็นหลังคาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นได้ โดยอาจนำไปสู่องค์ประกอบที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

ความแตกต่างระหว่างหลังคาทรงลาดสูงและทรงลาดต่ำ

หลังคาทั้งหมดสามารถแบ่งได้ว่าเป็นหลังคาทรงลาดสูงหรือทรงลาดต่ำ กรณีหลังคาทรงลาดต่ำโดยทั่วไปเรียกว่า หลังคาแบน (ดูคำอธิบายด้านล่าง) ส่วนหลังคาทรงลาดสูง 3:12 หรือสูงกว่านี้ (หมายถึงหลังคาสูงขึ้น 3 นิ้วในระยะ 12 นิ้ว) เรียกว่าหลังคาลาดชันสูง

หลังคาแบน

แม้จะมีอีกชื่อเรียก แต่หลังคาแบนก็ไม่ได้แบนไปทั้งหมด หลังคารูปทรงนี้ออกแบบเพื่อระบายน้ำฝนลงสู่พื้นดินได้อย่างเหมาะสม ระยะห่างของหลังคาเป็นตัวกำหนดวัสดุที่ใช้เช่น ความลาดชันของกระเบื้องและหินกาบสามารถอยู่ในช่วงระหว่าง 12.5 ถึง 22 องศาขึ้นอยู่กับผู้ผลิต วัสดุกันน้ำซึมของหลังคาแบน โดยทั่วไปได้แก่ น้ำมันดินโมดิฟายด์ เทอร์โมพลาสติกหรือระบบยางสังเคราะห์ อย่างไรก็ตามหลังคาแบบ Standing Seam ที่มีระยะลาดชัน 1.5 องศา สามารถใช้วัสดุเช่น สังกะสีหรือทองแดงได้

หลังคาแบน

หลังคาเพิงหมาแหงนหรือหลังคาเพิงเดียว

หลังคาเพิงหรือเพิงเดียวมีการออกแบบที่แตกต่างกันด้านความลาดชันอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งประกอบด้วยพื้นผิวเรียบเดียว บางครั้งเรียกว่า หลังคาเพิงเดียวไปจนถึงหลังคาเพิงแหงน และหลังเพิงลาด หลังคาลาดชันในมุมตั้งฉากและไม่ยึดติดกับพื้นผิวหลังคาอื่น ๆ ซึ่งเป็นเทคนิคหลังคาที่นิยมใช้ในช่วงยุควิกตอเรีย ลักษณะของหลังคาเพิงเดียวมีคล้ายแบบวงกลมหรือผีเสื้อ หลังคาเพิงเดียวทรงกลมมีขอบโค้งอ่อนในขณะที่ทรงผีเสื้อเป็นแบบลาดชันไปยังจุดใดจุดหนึ่ง

หลังคาเพิงแหงน

หลังคาจั่ว

หลังคาลักษณะนี้ คือรูปแบบดั้งเดิมที่สุดแบบหนึ่ง หรือที่เรียกว่าหลังคาลาดซึ่งกำหนดด้วยรูปสามเหลี่ยมทรง “A” ตรงด้านที่ลาดเอียงมาบรรจบกันที่สัน ในขณะที่ส่วนปลายสุดบรรจบที่กำแพงสร้างโดยมีส่วนขยายรูปสามเหลี่ยมซึ่งเรียกว่าหน้าจั่ว ขนาดของด้านข้างกำหนดโดยความต้องด้านคุณสมบัติและไม่จำเป็นต้องมีขนาดเท่ากัน นอกจากนี้ มีบางครั้งที่บ้านหลังใหญ่ต้องการทำหลังคามากกว่าสองหน้าจั่วเพื่อสร้างความลึกเพิ่มเติม และเพื่อรองรับโครงสร้าง หลังคาหน้าจั่วรูปแบบอื่น ๆ ได้แก่ จั่วหักมุม จั่วโค้งและจั่วแปดมุม

หลังคาจั่ว

หลังคา A-Frame

ตามชื่อเลยว่า หลังคา A-frame มีรูปทรงเหลี่ยมตามตัวอักษร “A” ซึ่งมีด้านที่สมมาตรและทำมุม การออกแบบที่แตกต่างมักพบเห็นได้ในอาคารสไตล์ดั้งเดิม เช่น กระท่อมและกระต๊อบแบบชนบทจากนั้นจึงนำมาสร้างบ้านทรง A-frame เจ้าของบ้านที่อยู่ในพื้นที่ที่เย็นกว่าจะได้ประโยชน์จากการระบายน้ำตามธรรมชาติที่มีให้โดยรูปทรงหลังคา ซึ่งช่วยให้หิมะเลื่อนตกลงมาได้ ลดโอกาสที่มันจะแข็งตัวแล้วเกิดปัญหาตามมาภายหลัง

หลังคา A-Frame

หลังคาปั้นหยา

หลังคาทรงปั้นหยามีลักษณะลาดเอียงทั้งสี่ด้านที่เชื่อมต่อกันในแต่ละด้านของอาคาร การออกแบบรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอาจพบได้บ่อยที่สุด และโดยทั่วไปจะมีสี่หน้าในระยะห่างที่เท่ากันเพื่อสร้างสมมาตรหลังคาที่ไม่โดดเด่น รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเป็นตัวเลือกยอดนิยมเช่นกันและเมื่อนำแบบนี้ไปใช้จึงมีลักษณะคล้ายพีระมิด เนื่องจากไม่มีการใช้หน้าจั่วหรือด้านแนวตั้งอื่น ๆ ในการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังสามารถติดรางน้ำได้อย่างง่ายดายเนื่องจากตำแหน่งของแนวหลังคาที่ด้านบนของผนังสร้าง ดังนั้นหลังคาทรงปั้นหยาจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับอาคารที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีลมพัดแรง

หลังคาปั้นหยา

หลังคาลาดสองชั้น

หลังคาลาดสองชั้น เป็นรูปแบบหนึ่งของหลังคาทรงปั้นหยาโดยแต่ละส่วนลาดเอียงแบ่งออกเป็นสองชั้น ส่วนที่ใกล้กับผนังสูงชันขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใต้หลังคาให้มากที่สุด โดยมีระดับความลาดเอียงไปถึงตรงกลาง จากมุมมองด้านนอกให้ความรู้สึกเหมือนหลังคาแบนตรงส่วนด้านบนสุดของบ้านเนื่องจากมองเห็นเฉพาะส่วนที่ลาดชันเท่านั้น ซึ่งเป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมในการสร้างบ้านแบบดั้งเดิมในฝรั่งเศสและเยอรมนี อันเป็นผลมาจากสถาปัตยกรรมที่ได้รับการแนะนำโดยนักออกแบบชาวฝรั่งเศส Francois Mansart ในช่วงศตวรรษที่ 15 และ 16

หลังคาลาดสองชั้น

หลังคาทรงจั่วหักมุม

หลังคาจั่หักมุม และหลังคาลาดสองชั้นมีความคล้ายกัน เนื่องจากการออกแบบให้มีความลาดชันสองด้าน อย่างไรก็ตามความแตกต่างระหว่างรูปแบบจะเห็นได้ชัดเมื่อตรงที่หลังคาจั่วหักมุมจะมีเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนด้านจากหลังคาลาดสองชั้น โดยหลังคาทรงจั่วหักมุมมีลักษณะลาดชันจน เกือบเป็นแนวตั้งในขณะที่ความลาดชันด้านบนมีระยะห่างที่ต่ำกว่า โดยทั่วไปหลังคาจะยื่นออกมานอกอาคารและใช้ปลายจั่วทรงตั้ง โดยปกติจะพบเห็นได้ตามอาคารต่าง ๆ เช่น บ้านสวน โรงนาและกระท่อมไม้ซุง รวมทั้งมีลักษณะย้อนยุคไปในยุคอาณานิคมจอร์เจียและดัตช์

หลังคาทรงจั่วหักมุม

หลังคาสองชั้น

ด้านหน้าจั่วตั้งอยู่ที่ปลายแต่ละด้านของหลังคาสองชั้น แต่มีรูปทรงอสมมาตรที่มีด้านหนึ่งยาวกว่าอีกด้านหนึ่ง มักพบสร้างเป็นบ้านสไตล์โคโลเนียลที่เก่าแก่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของผู้ตั้งรกรากถิ่นฐานในยุคนิวอิงแลนด์ เช่นเดียวกับภูมิภาคมิดเวสเทิร์น ในช่วงเวลานี้ เจ้าของบ้านที่มีครอบครัวขยายขึ้น สามารถเพิ่มพื้นที่ได้โดยดัดแปลงหลังคาจั่วที่มีอยู่ให้กลายเป็น saltbox เพื่อสร้างห้องเพิ่มเติมตามที่ต้องการ แถมยังประหยัดด้วยการเลือกใช้วัสดุได้หลากหลาย นอกจากนี้บางบ้านที่มีหลังคาลาดสองชั้นยังสร้างเป็นแบบเพิงลาดลงมาเช่นกัน

หลังคาสองชั้น

หลังคาบอนนิท

หลังคาบอนนิท (ฝากระโปรง) มีลักษณะที่ลาดเอียงสองชั้นทั้งสี่ด้าน ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงมองว่าเป็นการดัดแปลงหลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยา นอกจากนี้ยังเรียกว่าหลังคาเชิงชายเตะ เนื่องจากความลาดต่ำที่ห้อยอยู่เหนือขอบบ้านที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของฝาระเบียงหรือเฉลียง โดยออกแบบส่วนบนให้มีมุมที่โดดเด่นและมีความลาดชันมากขึ้น ฝากระโปรงเชื่องต่อกันตามแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นของฝรั่งเศสที่พบในภาคใต้ เช่นมิสซิสซิปปี และลุยเซียนา โดยยังคงเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับกระท่อมและบ้านสวนปศุสัตว์

หลังคาบอนนิท

หลังคารับแสง

หลังคารับแสงจะสร้างหลังคา “ที่สอง” ขึ้นบนส่วนที่ยกขึ้นของอาคารและขนานไปกับหลังคาหลัก องค์ประกอบการออกแบบการรับแสงหมายถึงส่วนที่สูงที่สุดของโครงสร้างส่วน “ห้องโถงใหญ่” บานเกล็ดหรือหน้าต่างโปร่งและช่องระบายอากาศที่รองรับแสงและการระบายอากาศเพิ่มเติม มักจะมีลักษณะเป็นหลังคารับแสงตามความยาวของทางเดินกลางที่ยกขึ้น รูปแบบดังกล่าวมักเห็นได้จากบ้านไร่และอาคารอุตสาหกรรมต่าง ๆ หรืออาจจะพบเห็นตามบ้านในเขตชนบท ซึ่งบางครั้งก็ใช้สร้างป็นที่อยู่อาศัย

หลังคารับแสง

หลังคารูป V หรือหลังคาผีเสื้อ

สังเกตได้ง่าย ๆ ว่าทำไมหลังคาประเภทนี้จึงเรียกว่าหลังคารูปผีเสื้อหรือรูปตัววี เพราะการออกแบบจึงกำหนดชื่อของมันได้อย่างชัดเจน แทนที่จะเป็นทรงลาดที่ชี้ขึ้น แต่กลับด้านเป็นลาดลงเพื่อสร้างเป็นตัว “V” ตรงกลางส่วนหลังคา โดยทั่วไปถือว่าเป็นรูปแบบที่ทันสมัย เพราะหลังคาผีเสื้อเหมาะกับอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีการวางระบบรางน้ำ ทำให้ง่ายต่อการติดตั้งและปกปิดแผงโซลาร์เซลล์ เลอกอร์บูซิเยร์สถาปนิกชาวฝรั่งเศสนำรูปแบบหลังคานี้มาใช้ในชิลี ปี 1930 ก่อนที่จะมาถึงสหรัฐอเมริกาในช่วงกลางทศวรรษที่ 1940 หลังคาทรงนี้ส่วนใหญ่พบในย่านเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในยุคปรมาณู

หลังคารูป V หรือหลังคาผีเสื้อ

หลังคาโค้ง

รูปทรงโค้งกว้างของหลังคาชนิดนี้ทำให้การออกแบบมีโปรไฟล์ที่เป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง ที่สามารถรองรับตัวเองหรือรับน้ำหนักได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความกว้างและกำลังเสริมที่ใช้ในระหว่างการก่อสร้างอาคาร หลังคาโค้งบาร์เรลและหลังคาโค้งเป็นสองแบบที่พบเห็นบ่อยที่สุด ในขณะที่บางคนเรียกว่าหลังคาโค้งสีรุ้งหรือโกธิค คุณจะเห็นหลังคาโค้งตามบ้านสวน โรงนา คอกม้า โกดังและอาคารเก่าแก่ ในขณะที่รูปลักษณ์แบบมินิมอลยังใช้งานได้ดีกับคุณสมบัติที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ต้องการเพิ่มการกระจายของแสงธรรมชาติให้ได้มากที่สุด

หลังคาโค้ง

หลังคาโดม

หลังคาโดมที่มีรูปทรงครึ่งวงกลมยังคงโครงสร้างเดิมไว้ตลอดทาง โดยบางครั้งปลายยอดจะมีช่องเปิดเป็นวงกลม นี่คือประเภทหลังคาที่มีประวัติอันยาวนานตั้งแต่สมัยโรมันและเปอร์เซีย ขณะเดียวกันก็เป็นส่วนสำคัญของประเพณีการก่อสร้างของชนพื้นเมืองอีกหลายอย่าง จำนวนการใช้รูปแบบหลังคาโดมมีความแตกต่างกันมาหลายยุคหลายสมัย เช่น โดมหัวหอม โดมประกอบ ห้องเก็บของและอื่น ๆ อีกมากมาย หลังคาประเภทนี้ไม่เพียงแต่สร้างรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แต่ยังกันลมได้ดี รวมถึงประหยัดพลังงานได้ดีหากสร้างด้วยวัสดุที่เหมาะสม

 

ข้อดีและข้อเสียของแผ่นหลังคาโพลีคาร์บอเนต

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแผ่นหลังคาโพลีคาร์บอเนต

แผ่นหลังคาโพลีคาร์บอเนตมีให้เลือกหลายประเภท จึงทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ยากว่าหลังคาโพลีคาร์บอเนตประเภทใดที่เหมาะกับความต้องการของตนเอง หากสงสัยว่าควรพิจารณาประเภทใดบ้างและอยากเปรียบเทียบหลังคาโพลีคาร์บอเนตกับหลังคาชนิดอื่น เช่น หลังคากระจก คุณอาจไม่ต้องมองหาที่ไหนเพิ่มนอกจากที่นี่

เพราะเราจะพิจารณาที่ส่วนพื้นฐานโดยแท้ของหลังคาโพลีคาร์บอเนต และจะเจาะลึกในรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อหาข้อดีจากหลังคาประเภทนี้เมื่อเลือกใช้เป็นหลังคาของคุณ

โพลีคาร์บอเนตคืออะไร

โพลีคาร์บอเนตเป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ในวงกว้างมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการก่อสร้างเพื่อความสะดวกในการขึ้นรูป การก่อร่างและความแข็งแรงของมัน ในการใช้ทำหลังคาแผ่นโพลีคาร์บอเนตมีข้อเสียน้อยกว่าเมื่อเทียบกับวัสดุเช่น กระจกหรือโลหะ จึงทำให้แผ่นโพลีคาร์บอเนตเหมาะสำหรับมุงหลังคา อีกทั้งยังทนต่อความร้อน แสงแดด หิมะและฝน ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้งานได้นานหลายปี และเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับทำหลังคาบ้านและอาคารพาญิชย์ต่าง ๆ

 

ความหนาแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทงานก่อสร้าง

หลังคาโพลีคาร์บอเนตที่นอกจากมีความทนทานและน้ำหนักเบาแล้ว ยังสามารถใช้เป็นแผ่นหลังคาได้หลากหลาย เนื่องจากมีการผลิตด้วยความหนาที่แตกต่างกัน จึงเหมาะสำหรับงานมุงหลังคาหลายประเภท

โพลีคาร์บอเนตเป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี อีกทั้งมีน้ำหนักเบามากและสามารถทนต่ออุณหภูมิที่สูงได้มากไม่ว่าจะร้อนหรือเย็น เนื่องจากคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้แผ่นโพลีคาร์บอเนตเป็นวัสดุมุงหลังคาที่มีประสิทธิภาพด้านการใช้งานหลากหลายประเภท

เป็นที่นิยมหรือไม่

เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะแผ่นโพลีคาร์บอเนตสามารถทนต่อแรงกระแทกและแตกยาก ส่วนมากนิยมเลือกใช้เพื่องานหลังคาดาดฟ้า งานหลังคาปลูกไม้เลื้อย งานหลังคากลางแจ้ง งานหลังคาใส และงานหลังคาเฉลียง หรือแม้กระทั่งมีคุณสมบัติที่ทนต่อกระสุน ซึ่งใช้ทำอุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ เช่น โล่ตำรวจ แผ่นโพลีคาร์บอเนตมีน้ำหนักเบามาก จึงสะดวกต่อการยกเคลื่อนย้ายและติดตั้งได้ทุกที่ ด้วยความสามารถในการป้องกันแสง UV ไม่ว่าจะเป็นแผ่นโพลีคาบอร์เนตชนิด perspex แบบธรรมดาและแบบใส แผ่นหลังคาพลาสติก พีวีซีหรือแผ่นอะคริลิก ต่างก็เป็นวัสดุที่นิยมสำหรับงานกันสาด หลังคาระเบียงดาดฟ้าหรือห้องกระจก ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ของโพลีคาร์บอเนตยังนิยมใช้เป็นวัสดุสร้างห้องเรือนกระจก แผ่นโพลีคาร์บอเนตทนต่ออุณหภูมิที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด เช่น แสงแดด หิมะ ฝนและแรงลมกระแทก ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหลายปีโดยไม่ซีดจางหรือเปลี่ยนสี อีกทั้งยังคงทนทานจากผลกระทบต่าง ๆ ในระยะหลายปี รวมถึงราคาไม่แพง

ทำขึ้นมาอย่างไร

ระบบหลังคาโพลีคาร์บอเนตเป็นระบบหลังคาไดนามิกที่ทำจากแผ่นโพลีที่อาจเป็นประเภทใดก็ได้ แผ่นงานที่เป็นนวัตกรรมใหม่เหล่านี้มีสี ผิวเนื้อ และประเภทให้เลือกจำนวนมาก โดยสามารถใช้กับงานหลายประเภทต่างกันเพื่อตอบสนองเฉพาะวัตถุประสงค์

มีประเภทใดให้เลือกบ้าง

โพลีคาร์บอเนตมีหลายแบบ อย่างบางแบบที่เลือกใช้ได้แก่ แผ่นโพลีคาร์บอเนตใส โพลีคาร์บอเนตสีขาว โพลีคาร์บอเนตสี แบบป้องกันแสงเลเซอร์และอื่น ๆ โดยสามารถหาซื้อได้ที่ Bunnings และร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างหลายแห่ง

ทนทานมากแค่ไหน

สามารถทนได้นานถึง 20 ปีขึ้นอยู่กับรูปทรงของหลังคาโพลีคาร์บอเนตที่คุณเลือก

ต้องซ่อมบำรุงบ่อยแค่ไหน

แทบไม่ต้องบำรุงรักษาใด ๆ เลย หลังคาโพลีคาร์บอเนตมีความทนทานเป็นอย่างมาก

ต่อไปเป็นเคล็ดลับแนะนำที่ควรปฏิบัติตอนเมื่อมุงหลังคาโพลีคาร์บอเนต

  • อ่านคำแนะนำและสเปคของผู้ผลิต จากนั้นปฏิบัติตามคำอธิบาย หากคุณไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ จะมีผลต่อการรับประกันจากผู้ผลิตเอง
  • ด้วยการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตลอดทั้งวันจะทำให้แผ่นหลังคาขยายและหดตัว ดังนั้นคุณต้องคำนวณค่าเผื่อไว้สำหรับการนี้ มิฉะนั้นจะเกิดแรงต้านของหลังคาที่เกิดจากอุณหภูมิร้อน และทำให้แผ่นหลังคาของคุณหักได้
  • เมื่อทำการมุงหลังคาโพลีคาร์บอเนต ควรเจาะรูสกรูล่วงหน้าก่อนที่จะยึดแผ่นหลังคา และควรปรับขนาดเจาะรูยึดให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับการขยายและหดตัวจากอุณหภูมิที่อธิบายไว้ข้างต้น
  • นอกจากนี้ ควรเจาะที่ครอบและฝาครอบปิดไว้ล่วงหน้า เพื่อที่เมื่อถึงเวลามุงหลังคา แผ่นที่อยู่ข้างใต้จะสามารถปรับไปตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน
  • คุณสามารถใช้ตัวยึด One-Shot ซึ่งจะต้องใช้เครื่องเจาะรูเฉพาะตัวเอง การเลือกใช้ตัวยึดชนิดนี้จะช่วยเร่งงานมุงหลังคาของคุณได้ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเจาะรูล่วงหน้า
  • คุณต้องมุงหลังคาโดยให้ด้านที่ป้องกันรังสียูวีหันเข้าหาดวงอาทิตย์ มองหาสติกเกอร์ที่บอกว่าด้านไหนเป็นด้านที่กันรังสียูวี นอกจากนี้ ระวังอย่าให้แผ่นเป็นรอยในระหว่างที่มุงหลังคา เพราะจะทำให้ชั้นป้องกันรังสียูวีเสียหายได้
  • พิจารณาเรื่องทิศทางลมพัดผ่านและตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณทาบแผ่นหลังคาในแนวที่ถูกต้อง สิ่งสุดท้ายที่ควรคำนึงคือ แรงลมที่จะพัดฉีกแผ่นโพลีคาร์บอเนตของคุณได้
  • ใช้เทปสำหรับแปเพื่อใช้กับงานพื้นผิวทั้งหมด ซึ่งเป็นงานที่สัมผัสกับโครงไม้
  • อย่าใช้แผ่นหลังคาที่มีระยะห่างของแปกว้างกว่าที่แนะนำ เพราะไม่เช่นนั้นแผ่นหลังคาอาจหย่อนได้และอาจมีน้ำค้างสะสมอยู่ตรงบริเวณหลังคาที่หย่อนนั่นเอง
  • เราไม่แนะนำให้ใช้ซิลิโคนในการปิดรักษาหลังคาโพลีคาร์บอเนต เนื่องจากแผ่นโพลีคาร์บอเนตจะขยายและหดตัวได้มากกว่าซิลิโคน แต่ถ้าต้องใช้ก็ควรใช้แค่ซิลิโคนชนิดที่ไม่มีกรดเท่านั้น
  • แผ่นหลังคาโพลีคาร์บอเนตจะมาพร้อมอุปกรณ์ใส่รูและช่องด้านหลังที่แนะนำโดยผู้ผลิต อย่าใช้อุปกรณ์ใส่รูที่ทำจากโฟมชุบยางมะตอย เพราะจะยิ่งทำให้แผ่นหลังโพลีคาร์บอเนตเสียหายได้!
  • หากแผ่นหลังคาบางแผ่นไปกดทับรางน้ำฝน ให้เจาะรู 5 มม. ลงในแอ่งขนาด 10 มม. จากขอบแผ่นหลังคาซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่ต่ำลงมา

หากยังไม่แน่ใจว่าแผ่นหลังคาโพลีคาร์บอเนตเหมาะกับคุณหรือไม่

ด้วยความที่เราอยากให้คุณพอใจกับการซื้อจริง ๆ หากคุณยังไม่แน่ใจว่าแผ่นโพลีคาร์บอเนตนั้น เป็นวัสดุที่เหมาะกับงานมุงหลังคาของคุณตามที่วางแผนไว้หรือไม่ หรือหากมีคำถามเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับแผ่นโพลีคาร์บอเนต โปรดติดต่อเรา!

เราหวังอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสได้รับการติดต่อคุณและได้ให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้การบริการอย่างที่คาดหวังไว้

ทุกเรื่องที่ต้องการรู้เกี่ยวกับการมุงหลังคาตอนที่ 1: การมุงหลังคา 101

คู่มือฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับข้อกำหนดและการออกแบบหลังคา

หลังคาบ้านคิดเป็นสัดส่วนถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของตัวบ้านภายนอก สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจตั้งแต่รูปแบบที่ทำให้ดูดีไปจนถึงความปลอดภัยในบ้าน ว่าอะไรที่ทำให้บ้านของคุณดูสวยเฉียบและ (ที่สำคัญกว่า) กันน้ำได้ดี

เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จะต้องเปลี่ยนหลังคาในบางจุด แต่หลายคนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน นั่นคือสาเหตุที่เราจึงทำสรุปข้อกำหนดและส่วนประกอบของการมุงหลังคาที่นิยมใช้กันที่สุด ก่อนจะเริ่มงานมุงหลังคาใด ๆ

หลังคาทำมาจากอะไร?

7 ส่วนประกอบพื้นฐานที่คุณควรรู้สำหรับการมุงหลังคา

ไม้มุงหลังคา (Shingle): ารมุงหลังคาสามารถใช้วัสดุหลากหลายประเภท โดยหน้าที่หลักของมันคือ เพื่อป้องกันวัสดุมุงหลังคาจากสภาพอากาศ ไม้มุงหลังคามักวัดเป็นจตุรัส ซึ่งมีขนาด 100 ตารางฟุต ดังนั้นเมื่อรู้ขนาดของหลัง เช่น ขนาด 2,500 ตารางฟุต คุณจะต้องสั่งซื้อไม้มุงหลังคาจำนวน 25 แผ่น

วัสดุมุง (Sheathing): บอร์ดหรือแผ่นวัสดุที่ติดกับจันทันพรางเพื่อช่วยป้องกันสภาพอากาศให้บ้านของคุณ ส่วนนี้เรียกอีกอย่างว่า ดาดฟ้าหลังคา

ครอบหลังคา (Trim): ติดตั้งเพื่อปกปิดรอยต่อหลังคาตามแนวตะเข้สันหรืออกไก่ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตะเข้สันหรืออกไก่ด้านล่าง)

จันทัน (Rafter): คือแผ่นไม้หรือโลหะภายในบ้านเพื่อรับน้ำหนักวัสดุและไม้มุงหลังคา จันทันถือเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับหลังคาของคุณ

แผ่นรองใต้หลังคา (Underlayment): ลักษณะคล้ายกระดาษกันน้ำที่ปูทับแผ่นไม้อัดเพื่อป้องกันปัญหาการรั่วซึมจากฝนและหิมะ โดยจะใช้กับแผ่นกันซึมและแผ่นป้องกันไอน้ำ ซึ่งเป็นแผ่นพลาสติกปิดกั้นอากาศและน้ำ ไม่ให้ซึมผ่านเข้ามาได้

แผ่นปิดครอบ (Flashing): แผ่นโลหะหรือวัสดุชนิดอื่น ๆ ที่ใช้ปิดรอยต่อของหลังคา เพื่อป้องกันการรั่วซึม ซึ่งสามารถปิดรอยต่อของหลังคาได้ทุกจุดที่มีการเปลี่ยนทิศทาง และใช้เพื่อช่วยปิดจุดต่าง ๆ จากองค์ประกอบต่าง ๆ ถ้ามี

รางน้ำฝน (Drainage): คุณสมบัติการออกแบบของหลังคาที่ช่วยให้สามารถระบายน้ำได้ การติดตั้งจะยึดจากค่าความลาดชันหรือระยะห่างของหลังคา ในระยะแนวนอนแต่ละฟุตจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นนิ้ว หรือที่เรียกว่า “ทิศทางท่อ” ตัวอย่างเช่น การเพิ่ม 5 นิ้วในระยะทุก ๆ ฟุตของหลังคา ที่มีความลาดเอียง 5-in-12

องค์ประกอบพื้นฐานในการออกแบบหลังคา

เมื่อเข้าใจส่วนประกอบของหลังคาแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องระบุองค์ประกอบการออกแบบหลังคาและองค์ประกอบใดที่จะใช้กับบ้านของคุณ

  1. ผนังจั่ว (Gable Wall): ส่วนสามเหลี่ยมของบ้านที่ยื่นออกมาจากเชิงชายไปจนถึงจุดสูงสุดของหลังคา
  2. เส้นแนวกลางอกไก่ (Centerline of Ridge): มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เส้นเฉียง จากผนังถึงจันทันใต้ขอบหลังคาที่ปลายจั่ว
  3. อกไก่ (Ridge): เป็นจุดสูงสุดของหลังคา หรือเรียกอีกอย่างว่ายอดหลังคา
  4. ตะเข้ราง (Valley): แนวบรรจบของผืนหลังคาสองระนาบลงมา
  5. เชิงชาย (Eaves): ชายคาที่ห้อยลงมาติดกับผนังด้านนอกของบ้าน
  6. ตะเข้สัน (Hip): จุดสูงสุดที่หลังคาสองระนาบมาบรรจบกัน 
  7. ค้ำยัน (Abutment): โครงสร้างเสริมหลังคาตำแหน่งแนวตั้ง เช่น ผนัง หรือ ปล่องควัน
  8. หน้าต่างหลังคา (Dormers): ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีหหน้าต่างหลังคา แต่การที่มีหน้าต่างยื่นออกมาก็เพื่อรับแสงธรรมชาติให้ส่องเข้ามาที่ห้องใต้หลังคา หรือชั้นสามของบ้าน

ลองออกไปสำรวจและสังเกตว่าหลังคาบ้านคุณมีส่วนประกอบอะไรบ้าง โดยสังเกตว่ามีอกไก่ ตะเข้สัน ค้ำยันและจั่วจำนวนเท่าใด ถ้ากำลังคิดอยากเปลี่ยนหลังคาเร็ว ๆ นี้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจหน่วยวัดเป็นฟุตและการออกแบบโครงสร้างหลังคาเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายที่ควรเตรียมไว้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำการเปลี่ยนหลังคาบ้าน

  1. ติดตั้งหรือซ่อมแซมหลังคาบ้านล่าสุดเมื่อใด

บ้านคุณมีหลังคาเดิม หรือพึ่งซ่อมหลังคาไปภายในสองสามปีที่ผ่านมานี้หรือไม่ สังเกตไม้มุงหลังคาที่ใช้และจดจำอายุหลังคาของคุณหรืออาจสังเกตการรั่วซึม เพื่อจะกำหนดตารางเพื่อจะได้รู้ว่าถึงเวลาเปลี่ยนหลังคา การเปลี่ยนหลังคาต้องดูโครงสร้างหลังคาเดิมที่มี รวมถึงประเภทไม้มุงหลังคาที่ใช้ หากใช้ยางมะตอย อายุของมันประมาณ 20 ปี แต่หากใช้ไม้มุงหลังคา อายุการใช้งานราว ๆ 30 ปี   

  1. หลังคามีช่องระบายอากาศทางไหนบ้าง

การระบายอากาศที่เหมาะสม คือสิ่งสำคัญสำหรับระบบหลังคาบ้านที่ดี หากหลังคาบ้านไม่มีการถ่ายเทอากาศ สิ่งที่ตามมาอาจทำให้เกิดเชื้อราและเกิดราน้ำค้างได้ นอกจากช่องระบายอากาศใต้หลังคาแล้ว ยังมีอีกสองสามปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของอากาศผ่านเข้ามาใต้ห้องหลังคาไปสู่ตัวหลังคาได้ 

ดังนั้น รีบขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคาเพื่อเช็คสิ่งดังต่อไปนี้:

สังเกตดูฉนวนกันความร้อนว่ามีช่องโหว่หรือไม่ เพื่อช่วยความร้อนผ่านเข้ามาและการระบายความร้อน ควรติดตั้งแผงกั้นไอน้ำใต้ฉนวนและติดกับเพดานเพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นเพิ่มขึ้นในห้องใต้หลังคา

การมีช่องเปิดและช่องระบายอากาศที่เพียงพอ จะทำให้อากาศหมุนเวียนเข้าและออกได้สะดวก โดยทั่วไปควรมีช่องระบายอากาศหลังคาขนาด 1 ฟุตบริเวณพื้นที่ห้องใต้หลังคาทุก ๆ 150 ตารางฟุต โดยคำนวณหาจำนวนช่องระบายอากาศหลังคาของคุณได้ที่นี่ 

ระยะห่างระหว่างฉนวนกันความร้อนและวัสดุมุงหลังคา อย่างน้อย 1 นิ้ว

  1. ควรใช้ไม้มุงหลังคาประเภทใด

วัสดุของไม้มุงหลังคามีหลายประเภท ตั้งแต่ยางมะตอยไปจนถึงไม้ หรือแม้แต่หินชนวน  วัสดุแต่ละประเภทมีอายุการใช้งานแตกต่างกันและความทนทานของวัสดุขึ้นอยู่กับขนาดหลังคาของคุณ ให้ระวังเรื่องสภาพอากาศที่รุนแรง เช่ม ลมพายุ หรือความหนาวเหน็บ ที่อาจมีส่วนทำให้ไม้มุงหลังคาบ้านแตกร้าวได้ 

  1. สมรรถนะการทนไฟของหลังคา

สมรรถนะการทนไฟ คือ ระบบจำแนกประเภทความทนไฟของวัสดุมุงหลังคาบ้าน การจำแนกประเภทนั้นมีระดับ A, B และ C วัสดุประเภท A มีความต้านทานไฟจากด้านนอกโครงหลังคา สูงที่สุด ซึ่งวัสดุประเภทนี้ได้แก่ ดินกระเบื้อง หลังคาไฟเบอร์กลาส และหลังคาเมทัล

การเข้าใจพื้นฐานโครงสร้างหลังคา จะช่วยให้คุณเข้าในระบบหลังคาปัจจุบันของคุณ และช่วยให้เข้าใจว่ามีวัสดุใดบ้างที่เหมาะกับความลาดชันของหลังคาบ้านคุณ

พร้อมเริ่มงานมุงหลังคาบ้านคุณหรือยัง เราหวังอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสได้รับการติดต่อและได้ให้ความช่วยเหลือ รวมถึงให้คำแนะนำที่ตรงกับความต้องการของคุณได้

หลังคาที่ป้องกันอากาศภายนอก และนำแสงสว่างธรรมชาติเข้ามา

ระบบหลังคา เป็นส่วนที่มักถูกมองข้ามทั้งๆที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันอาคาร ในบรรดาเรื่องที่ต้องคำนึงถึงทั้งหมดทั้งมวล สุขภาวะในอาคารเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หลังคาเป็นชั้นแรกที่โดนลมฝนภายนอก ต้องเผชิญกับหิมะ ตั้งแต่หิมะตก ทับถมกันอยู่บนหลังคา จนกระทั่งหิมะละลายจนหมด ทั้งในยามเจอกับพายุลูกเห็บที่ตกกระทบและเมื่อโดนแดดเผาผลาญโดยตรง เป็นเหตุผลที่ทำไมหลังคาจึงเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญอย่างมาก และคุณสามารถให้ความไว้วางใจกับ ระบบหลังคาของ Danpal ที่มีการค้นคว้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อการป้องกันอาคารที่มีประสิทธิภาพ

ระบบหลังคาหลังคาของ Danpal มีส่วนช่วยในการป้องกันอาคารจากสภาพอากาศได้อย่างไร
อาคารไม่ใช่รถของแบตแมนที่สามารถกดปุ่มเพื่อเลือกเครื่องมือต่างๆออกมาใช้งานเมื่อไหร่ก็ตามที่เจอสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลง Danpal ได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยีหลังคาที่สามารถป้องกันสภาพอากาศได้ตลอดทั้งปี แผ่น Danpal มีรอยหยักที่มีลักษณะของขอบเขี้ยว และมีตัวล๊อคแผ่นที่สามารถป้องกันหลังคาได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากคุณมองออกไปด้านนอกแล้วพบว่าหิมะกำลังตก หรือคุณได้ยินเสียงลมพายุ หรือลูกเห็บตก ขอให้คุณสบายใจได้เพราะระบบหลังคาของ Danpal กำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ แสงแดดที่ร้อนระอุก็มีส่วนทำให้หลังคาเสื่อมสภาพได้เช่นกัน เราจึงเสริมคุณสมบัติป้องกัน UV เพื่อให้ผลลัพธ์ในการปกป้องฉนวนกันความร้อนและอาคารทั้งยังควบคุมอุณหภูมิได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หลังคากับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
รักษาฉนวนอาคารของคุณให้พ้นจากความเปียกชื้นเป็นสิ่งสำคัญในผลิตภัณฑ์ของ Danpal และหลังคาทุกระบบ ตราบใดที่ฉนวนกันความร้อนแห้งอยู่เสมอ พลังงานในอาคารก็จะมีความเสถียร แต่เมื่อใดก็ตามที่ความชื้นได้เข้ามาแฝงอยู่ในฉนวนกันความร้อน ฉนวนจะเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพ การทำความร้อนและความเย็นของอาคารจะหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ซึ่งมันไม่ส่งผลเฉพาะมีการใช้พลังงานส่วนเกินที่มากขึ้น แต่ยังสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงานมากเกินไปด้วย

หลังคาที่สวยงามโดดเด่น
หลังคาที่ดีจะไม่ลืมหน้าที่ของตัวเอง คือ การปกป้องอาคารจากสภาวะอากาศภายนอก แต่หลังคา Danpal ทำได้ดีกว่าหน้าที่พื้นฐาน นั่นก็คือให้ความสวยงามกับอาคารด้วย สิ่งหนึ่งที่ Danpal ได้เข้ามทำการเปลี่ยนแปลงในวงการสถาปัตยกรรม คือการเป็นวัสดุที่ใช้ในการออกแบบให้สามารถนำแสงสว่างธรรมชาติเข้าสู่อาคารอย่างมีคุณภาพ แสงธรรมชาติช่วยให้ภายในอาคารมีชีวิตชีวาแต่ต้องเข้าในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป ด้วยการติดตั้งที่ตัวแผ่นค่อนข้างติดกับโครงสร้างทำให้แสงอาทิตย์เข้ามาได้อย่างเต็มที่เหมาะสมกับการใช้งานอาคาร แสงอาทิตย์ช่วยให้เกิดความกระปรี้กระเปร่า เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และมีความสดชื่นแจ่มใส ถ้าคุณกำลังมองหาหลังคาที่มีส่วนช่วยให้คุณอารมณ์ดีเมื่ออยู่อาศัย ขอให้คุณลองพิจารณาระบบหลังคาของ Danpal ดู

ระบบหลังคาโปร่งแสง Controlite®: ความสบายและการประหยัดพลังงานที่ควบคุมได้

ลองมองขึ้นไปด้านบนดูสิ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ยังคงมีอะไรอีกมากมายให้เรามอง แต่คุณไม่สามารถมองเห็นอะไรนอกจากฝ้าเพดานนะเหรอ? นั่นก็เพราะคุณไม่ได้มีหลังคาโปร่งแสงไง ระบบหลังคาโปร่งแสงของ Danpal ใช้นวัตกรรมการส่งผ่านแสงที่มีคุณภาพและสบายตาต่อผู้ใช้อาคาร แสงอาทิตย์มีคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกายของคนเรา หนึ่งในนั้นก็คือการกระตุ้นการผลิตวิตามินดี ที่คนในเมืองส่วนใหญ่จะขาด เนื่องจากไม่ค่อยจะมีโอกาสได้รับแสงแดดโดยตรง หลังคาโปร่งแสงที่ดีควรจะช่วยปกป้องผู้ใช้งานที่อยู่ภายในอาคารจากสภาวะอากาศและมลภาวะจากภายนอก แต่ในขณะเดียวกันยังคงต้องให้สิ่งดีดีเช่น แสงอาทิตย์ ส่องผ่านเข้ามายังอาคารได้ ถ้าคุณกำลังมองหาทางที่จะช่วยให้อาคารของคุณมีสุขภาวะที่ดีสำหรับผู้ใช้อาคารแล้วล่ะก็ ทำไมไม่ลองติดต่อเจ้าหน้าที่ของ Danpal และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลังคาโปร่งแสงดูหล่ะ ระบบหลังคาโปร่งแสง Controlite® สามารถใช้ประโยชน์จากแสงสว่างธรรมชาติอย่างเต็มที่ ในขณะที่ปกป้องภายในอาคารจากสถาพอากาศที่เลวร้ายด้านนอกได้เป็นอย่างดี

ระบบหลังคาระบบหลังคาโปร่งแสง Controlite®: รับแสงธรรมชาติอย่างเต็มประสิทธิภาพ

กว่าครึ่งศตวรรษของ Danpal ที่ค้นคว้าพัฒนานวัตกรรม เพื่องานสถาปัตยกรรมที่มีคุณภาพสูงและทางเลือกใหม่ๆแก่วงการ ระบบหลังคาควบคุมปริมาณแสงเข้าอัจฉริยะนี้ ได้รวมเอาคุณสมบัติเด่นและความสามารถในการปรับองศาของแผงกันแดดเพื่อป้องกันแสงแดดตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นองศาแดดต่ำๆในฤดูหนาวและองศาแดดสูงๆในฤดูร้อนก็สามารถควบคุมปริมาณแสงเข้าอาคารได้อย่างเหมาะสม และเพื่อให้รับแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แผงกันแดดจึงมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ระบบหลังคานี้เป็นระบบที่ช่วยในการประหยัดพลังงาน มีความยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

นำแสงอาทิตย์เข้า ป้องกันสภาวะอากาศภายนอก และเป็นหลังคาที่มีความสวยงาม

ห้องทำงานและที่พักอาศัย ซึ่งเราใช้งานอยู่ควรเป็นห้องที่อยู่สบาย ผนังและฝ้าเพดานเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันการรุกรานจากสภาพอากาศที่เลวร้ายภายนอก เพราะเราใช้เวลาทำงานส่วนใหญ่ในอาคาร เมื่อเวลาที่อากาศภายนอก เช่นอากาศที่เย็นหรือร้อนเกินไป เราจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ Danpal เข้าใจดีว่าในขณะที่เราชอบให้แสงอาทิตย์เข้ามาภายในอาคาร เราก็อยากจะป้องกันความร้อนที่เราไม่ต้องการออกไปด้วยหลังคาโปร่งแสงของ Danpal ซึ่งถูกผลิตขึ้นมาให้มีความคงทนด้วยเทคโลยี microcell ป้องกันการรั่วซึมของน้ำและอากาศได้ 100% คุณจึงมั่นใจได้ว่าเมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของ Danpal คุณจะได้รับการปกป้องที่ดีจากสถาวะอากาศภายนอกและให้ความรู้สีกที่สบายกับผู้ใช้งานที่ยู่ข้างในอาคาร

CONTROLITE® กับการอนุรักษ์พลังงาน

ขณะที่โลกเปลี่ยนจากยุคเกษตรกรรมสู่ยุคอุตสาหกรรม งานเกี่ยวกับอาคารและสิ่งปลูกสร้างจัดว่าเป็นส่วนที่ใช้พลังงานค่อนข้างมาก แต่ด้วยระบบหลังคาโปร่งแสง Controlite® ซึ่งช่วยในการประหยัดพลังงานที่ถูกนำไปใช้ในการปรับอากาศและแสงสว่างให้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ แผ่น Danpal รุ่น Controlite®สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบและสามารถช่วยให้อาคารได้คะแนนจากการประเมินอาคารเขียวได้อีกด้วย

ทำไมแผ่นโพลีคาร์บอเนตจึงมีความแข็งแรง คงทนมากกว่าวัสดุประเภทอื่นๆ

การพัฒนาโพลีคาร์บอเนตและแผ่นโพลีคาร์บอเนตมีมาเมื่อไม่กี่ปีมานี้เมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆที่มีในท้องตลาด สาเหตุหลักของการพัฒนาเกิดมาจากการที่ผู้ใช้งานต่างมองหาวัสดุที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและวัสดุที่มีความสามารถในการช่วยประหยัดพลังงาน เพื่อนำมาใช้ทดแทนวัสดุในการก่อสร้างแบบเดิมๆ ถ้าหากว่าคนส่วนใหญ่ต้องการแค่วัสดุที่เน้นแต่การปกป้องสิ่งแวดล้อม ในขณะที่วัสดุมีราคาที่สูงและไม่ช่วยในการประหยัดพลังงาน ตัวแผ่นโพลีคาร์บอเนตคงจะไม่เป็นที่นิยมอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในปัจจุบันทั่วโลกโพลีคาร์บอเนต เริ่มมีบทบาทในการเข้ามาใช้เป็นวัสดุทดแทนสิ่งก่อสร้างแบบเดิมๆ เช่น กระจกอบแข็ง หรือแผ่นโพลีเอทิลีน ในวงการธุรกิจประเภทต่างๆ ทั้งนี้เหตุผลหลักเนื่องมาจากจุดเด่นของความสมดุลระหว่างการทนทานต่อแรงกระแทก น้ำหนักที่เบา การไม่ลามไฟ การส่องผ่านของแสงที่ดี และคุณสมบัติเด่นในการป้องกันรังสี UV ในขณะที่ตัวมันเองยังนำมาใช้สนการออกแบบได้อย่างสวยงาม

แผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบใส มีความใสที่ใกล้เคียงกับกระจก ในขณะที่มีน้ำหนักแค่เพียงครึ่งเดียว ซึ่งส่งผลให้การขนส่งและการติดตั้งวัสดุทำได้อย่างง่ายดาย จากผลการทดสอบทำให้เรารู้ว่า แผ่นโพลีคาร์บอเนตแข็งแกร่งกว่ากระจกทั่วไปประมาณ 200 เท่า และแข็งแกร่งกว่ากระจกนิรภัย 20 เท่า และนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งในการเลือกใช้แผ่นโพลีคาร์บอเนตในการก่อสร้างอาคารที่อยู่ในพื้นที่ที่ลักษณะของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง เช่น พื้นที่ลมแรง และมีพายุฝน

ที่ Danpal เรามีความตั้งใจในการผลิตระบบการติดตั้งวัสดุปิดพื้นผิวอาคารแบบโปร่งแสงต้วยการนำแผ่นโพลีคาร์บอเนตมาใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เราออกแบบระบบผนังกันฝน (Rain Screen System) ที่สามารถป้องกันน้ำรั่วซึมได้ 100% ซึ่งส่งผลให้พื้นผิวของอาคารมีอายุการใช้งานได้อย่งยาวนานยิ่งขึ้น

เนื่องจากแผ่นโพลีคาร์บอเนตตัดแต่งได้โดยง่าย และมีความยืดหยุ่นในการทำงานที่สูงในการนำมาประยุกต์ใช้งานประเภทต่างๆ ทำให้สถาปนิกหลายๆคนเริ่มนำมาใช้เป็นนวตกรรมในการออกแบบพื้นที่ใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นในการออกแบบผลงานให้กับลูกค้า

ข้อดีหลักๆของการใช้งานโพลีคาร์บอเนตของคนส่วนใหญ่มาจากคุณสมบัตืของวัสดุที่มีความเป็นฉนวนที่ดี ซึ่งในปัจจุบันของประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ การสิ้นเปลืองพลังงานกว่า 40% มาจากการใช้งานของอาคารต่างๆไม่ว่าจะเป็น อาคารพาณิชย์ หรือที่พักอาศัย ดังนั้นคุณสมบัติของการเป็นฉนวนที่ดีจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพลังงานต่างๆ

ระบบของเราช่วยในการปกป้องฉนวนที่อยู่ภายในอาคารจากสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบผนังอาคารที่ออกแบบมา เพื่อช่วยในการถ่ายเทอากาศของพื้นผิวอาคารจากช่องว่างของผนัง นั้นหมายถึงการก่อให้เกิดการพัดพาเอาความร้อนให้ระบายออกผ่านทางช่องว่าง ซึ่งส่งผลให้ฉนวนและผนังต่างๆที่อยู่ด้านในอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีความชื้นสะสม และสามารถยืดประสิทธิภาพการทำงานของวัสดุไปได้อีกยาวนานยิ่งขึ้น

แผ่นโพลีคาร์บอนเนทของ Danpal – 50 ปี แห่งนวัตกรรม

เหล่านี้คือกุญแจสำคัญที่ลูกค้าต่างมองหาสำหรับงานอาคารที่ยอดเยี่ยม มันคือการพัฒนาคุณสมบัติของแผ่นโพลีคาร์บอเนต ที่จะสามารถทดแทนวัสดุดั้งเดิมได้ในที่สุด
ที่ Danpal เราทุ่มเทเวลากว่า 50 ปีเพื่องานผนังอาคารที่สมบูรณ์แบบขึ้นเรื่อยๆ และเราค้นพบสูตรสำเร็จของความยั่งยืนในการออกแบบ ช่วยประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยควบคุมราคาก่อสร้าง โดยไม่สูญเสียความงามแต่อย่างใด

 ทำไมแผ่นโพลีคาร์บอเนตจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น?

ราคาของโพลีคาร์บอเนตนั้นเคยสูงมากในอดีต ทั้งยังไม่สามารถช่วยประหยัดพลังงานมันจึงยังไม่เป็นที่นิยมนัก ก่อสร้างสมัยนั้นนิยมการใช้กระจกเป็นหลักและมีการเสริมการรับแรงโดยใช้ โพลียูรีเทน เมมเบรนด์ ซึ่งต่างจากปัจจุบันที่โพลีคาร์บอเนตมีความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการนำมาเป็นวัสดุประกอบอาคาร เพราะรวมคุณสมบัติของการรับแรงกระแทก การป้องกันความร้อนความเย็นและแสง UV ช่วยกระจายแสง และกันน้ำรั่วซึม ที่สำคัญคือยังสวยด้วย นั่นแหละเป็นสาเหตุที่แผ่นโพลีคาร์บอเนตได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

ด้วยน้ำหนักเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของกระจก แต่ใสเหมือนกัน แถมง่ายต่อการขนส่งและติดตั้ง ความแข็งแรงทนทานของแผ่นโพลีคาร์บอเนตนั้นมากกว่ากระจกธรรมดาถึง 200 เท่า และแข็งแรงมากกว่ากระจกเทมเปอร์ถึง 20 เท่า จึงไม่เป็นที่กังขาว่าทำไมถึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานอาคารที่ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน

แผ่นโพลีคาร์บอเนต Danpal ใช้แผ่นโพลีคาร์บอเนตอย่างไร

โพลีคาร์บอเนตเป็นวัสดุที่ Danpal เลือกมาพัฒนา เพราะคุณสมบัติที่โดดเด่นโดยเฉพาะเมื่อมาสู่ช่วงการติดตั้ง ลองสังเกตดูงานระบบ Rainscreen ของเราที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของฉนวนกันความร้อนได้ จากการป้องกันความร้อนและระบายอากาศได้ของมัน สถาปนิกต่างก็ชอบใช้โพลีคาร์บอเนตเพราะความยืดหยุ่นในการดัดโค้งที่เข้ากับงานออกแบบหลากหลายรูปแบบ ผู้ออกแบบสามารถใช้นวัตกรรมและประโยชน์นี้มาเป็นจุดเด่นในการออกแบบอาคารที่ตัวเองต้องการ แผ่นของ Danpal ง่ายต่อการตัด ทำให้ใช้แรงและเวลาการทำงานไม่มากซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการลดต้นทุนนั่นเอง

ใบเสร็จค่าไฟของคุณเป็นสิ่งที่บอกให้คุณรู้ว่าการประหยัดต้นทุนนั้นสำคัญแค่ไหน แผ่นโพลีคาร์บอเนตนั้นเป็นฉนวนป้องกันอุณหภูมิที่ดีเยี่ยมที่ส่งผลดีต้นทุนและสิ่งแวดล้อม ในเวลาที่คาร์บอนฟุทปริ้นท์กำลังเป็นหัวข้อที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจในโลกตอนนี้

แผ่นโพลีคาร์บอเนตช่วยระบายอากาศในอาคารได้อย่างไร

เมื่อคุณคิดถึงเรื่องการระบายอากาศ จะเห็นได้อย่างชัดเจน ระบบการติดตั้งของ Danpal ช่วยปกป้องฉนวนของอาคารคุณจาก สิ่งรบกวนภายนอก โดยการออกแบบให้มีการระบายอากาศโดนการพาความชื้นออกผ่านช่องที่อยู่หลังแผ่น  ทำให้ฉนวนกันความร้อนไม่เปียกชื้น และแห้งอยู่เสมอ

งานออกมาดูดีด้วยแผ่น Danpalon

เราให้ความสำคัญกับการประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการประหยัดพลังงานผ่านการใช้งานชุดผนังของเรา โดยที่เราไม่ลดความสำคัญของความงามที่ปรากฎในหลายๆแง่มุม ด้วยค่าการส่องผ่านของแสงที่เรามีให้หลากหลายระดับนี้เอง ทำให้เกิดความงามที่ไม่ซ้ำแบบทั้งจากการแสงที่ส่องผ่านและสิ่งที่สะท้อนออกมาผ่านแต่ละช่วงเวลาในหนึ่งวัน ถ้าคุณมีอาคารสีสว่างที่มีโลหะเงางามประกอบอยู่ คุณจะต้องการแผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบขุ่นของเราที่มีให้คุณเลือกหลายระดับความทึบแสงเข้าไปประกอบด้วย ทั้งนี้หากคุณต้องการให้มีหลายสีคุณสามารถปรับเปลี่ยน จับคู่ เพื่อผสมผสานให้เกิดความงามและผลลัพธ์แบบที่คุณต้องการได้

เคอ ร์เทนวอลล์เพิ่มการป้องกันและสร้างความเฉพาะตัวให้กับอาคารของคุณ

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับระบบเคอร์เทนวอลล์

Danpal มีชื่อเสียงมายาวนานกับความแข็งแรงของผลิตภัณฑ์ที่มีโครงสร้างในตัว บางท่านอาจจะลืมนึกไปว่าระบบเคอร์เทนวอลล์ก็เป็นอีกสิ่งที่เราชำนาญ ถึงแม้ว่าจะไม่เชิงเป็นโครงสร้างแต่ ระบบเคอร์เทนวอลล์ก็ได้ใช้คุณสมบัติที่ดีเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในการปกป้องภายในอาคารของคุณจากภายนอกให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ทั้งนี้ ระบบเคอร์เทนวอลล์ ยังสามารถเป็นปราการห่อหุ้มอาคารของคุณจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี การเลือกติดตั้งเคอร์เทนวอลล์เป็นความคิดที่ดี เรากำลังจะบอกคุณว่าทำไม

เคอร์เทนวอลล์ : ด่านชั้นแรกของการป้องกัน

หากเราต้องการสร้างอาคารให้มีความคงทน มันต้องมีคุณสมบัติที่จะสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันได้ ไม่ว่าจะเป็น ความร้อน ฝนตก ลมพายุ หรือ หิมะ เมื่อออกแบบอาคาร สถาปนิกได้คำนึงถึงวัสดุเปลือกอาคารที่ช่วยป้องกันอาคารได้อย่างดีที่สุดอยู่แล้ว และเรา Danpal ก็ยินดีที่จะเสนอว่า เทคโนโลยี microcell ที่ใช้กับแผ่นโพลีคาร์บอเนตของเรานั้น ทำให้เกิดคุณสมบัติที่ทนทานต่อแรงกระแทก และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดมาโดยตลอดในการปกป้องอาคาร เมื่อคุณได้อยู่ภายในอาคารที่ห่อหุ้มด้วยผลิตภัณฑ์ของ Danpal คุณจึงไม่ต้องกังวลถึงเรื่องรั่วซึมขณะที่ฝนตกหนัก หรือกังวลเรื่องการรับน้ำหนักเมื่อถูกหิมะทับถม แม้กระทั่งกลัวความเสียหายของวัสดุเมื่อถูกพายุลุกเห็บ นั่นก็เพราะว่าอาคารของคุณได้รับการปกป้องแล้วเป็นอย่างดี

ระบบเคอร์เทนวอลล์ติดตั้งระบบเคอร์เทนวอลล์เผื่อความปลอดภัย

ระบบเคอร์เทนวอลล์ของ Danpal มาพร้อมกับระบบล๊อคสองชั้นต่อกันแบบไร้รอยต่อ ทำให้มีความปลอดภัยและสามารถรับน้ำหนักได้มาก เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูงและเสริมความปลอดภัยให้กับงานผนังอาคาร ที่สำคัญคือติดตั้งได้รวดเร็วและไม่ยุ่งยาก

วัสดุน้ำหนักเบาช่วยให้งานติดตั้งผนังง่ายกว่าที่คิด

วิศวกรของ Danpal ได้พัฒนาคุณสมบัติของวัสดุให้ดีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และมีความแข็งแรง ความเบานี้เองที่มีส่วนสำคัญให้การขนส่งและติดตั้งสะดวกรวดเร็ว ง่ายสำหรับทุกคนที่ทำงานเกี่ยวข้อง ส่วนความแข็งแกร่งนั้นเป็นคุณสมบัติตามธรรมชาติของระบบอยู่แล้ว สุดท้ายความยืดหยุ่นนี้เองที่ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถออกแบบให้สอดคล้องกับงานดีไซน์ที่เกิดขึ้น

.ระบบเคอร์เทนวอลล์ของ Danpal ส่งมอบความงามพร้อมประโยชน์รอบด้าน

นวัตกรรมเคอร์เทนวอลล์ตามแบบได้ก้าวไปอีกระดับ นั่นก็เพราะ Danpal มีทางเลือกให้คุณอย่างหลากหลาย ทั้งสีสรร พื้นผิว และ ผลลัพธ์ที่ตามองเห็น ที่สามารถนำไปประกอบกับงานออกแบบของคุณได้อย่างลงตัว การก่อสร้างเป็นงานที่มีแบบแผนที่แน่นอนตายตัว แตกต่างจากงานออกแบบตรงที่สามารถสร้างแตกต่าง สวยงาม ได้ตามแต่จินตนาการและความถูกใจของแต่ละคน

Danpal นำเสนอทางเลือกของสีที่ช่วยให้งานมีเอกลักษณ์และสอดคล้องกับความต้องการของคุณ เราเชื่อมั่นว่าการเลือกใช้สีคือการผจญภัยอย่างหนึ่งในการออกแบบ เราจึงมีทั้งโทนสีที่นุ่มนวล ที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบอาคาร ทั้งสีสว่าง สดใส ที่ทำให้อาคารเป็นที่จดจำ เราสามารถช่วยคุณในการสื่อสารความงามผ่านอาคารได้

หลังคาโปร่งแสงที่เข้ากับรสนิยมของคุณ

หลังคาโปร่งแสงที่เข้ากับรสนิยมของคุณ

‘ยิ่งแสงสว่างเยอะยิ่งดี’ นั่นคือสิ่งที่ทุกคนคิด Danpal ก็เห็นด้วยในประเด็นนี้เช่นกัน และนี่คือเหตุผลที่บริษัทมุ่งมั่นค้นคว้าและพัฒนาการทำหลังคาโปร่งแสงที่มีคุณภาพโดนใจลูกค้า อย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 50 ปี  ในด้านของความทนทานต่อดินฟ้าอากาศ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

Danpal’s dry-glaze translucent systems มีให้หลายแบบให้เลือกตามความพึงพอใจและรูปลักษณ์ของอาคารของคุณ ในขณะที่ The Danpavault Barrel Vault Skylight System คือหลังคาโปร่งแสงที่โดดเด่นในการสร้างความสมดุลของแสง ให้เหมาะกับพื้นที่ทำงานและอยู่อาศัย Danpal’s dry-glaze translucent systems มีให้หลายแบบให้เลือกตามความพึงพอใจและรูปลักษณ์ของอาคารของคุณ ในขณะที่ The Danpavault Barrel Vault Skylight System คือหลังคาโปร่งแสงที่โดดเด่นในการสร้างความสมดุลของแสง ให้เหมาะกับพื้นที่ทำงานและอยู่อาศัย

 

หลังคาโปร่งแสงหลังคาโปร่งแสงของ Danpal ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด

เพราะหลังคาโปร่งแสงของ Danpal ต้องมีน้ำหนักเบามากพอที่จะโค้งงอได้ และต้องแข็งแรงมากพอที่จะรับมือกับสภาพดินฟ้าอากาศภายนอก ทำให้ Danpal มีคุณสมบัติที่ค่อนข้างอเนกประสงค์ในตัวเอง โดย Microcell เป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในการสร้างคุณสมบัติความแข็งแกร่งทนทาน แม้แต่การตกกระทบของลูกเห็บ เหมาะในการนำมาใช้เป็นหลังคาหลายรูปแบบ ไม่ว่าโครงสร้างจะเป็นเหล็กหรือคอนกรีต ติดตั้งง่าย และสามารถปรับรูปแบบให้เข้ากับความต้องการได้ เพราะมีขนาดและสีสรรให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะ Danpavault Barrel Vault Skylight System ที่มีระบบโครงที่สามารถรับน้ำหนักของตัวเองไม่จำเป็นต้องทำโครงสร้างเพิ่มเติม และไม่มีปัญหาในกรณีที่ความยาวช่วงพาดไม่เท่ากัน

หลังคาโปร่งแสงกับลมฟ้าอากาศ

พลังธรรมชาติกับสภาพอากาศที่แปรปรวนเป็นศัตรูของอาคาร แต่ด้วยระบบหลังคาโปร่งแสงของ Danpal ที่ปกป้องอาคารและป้องกันการรั่วซึมได้ 100% ภายในอาคารของคุณจะไม่ได้รับผลกระทบใดใดจากฝนหรือหิมะที่ตกหนักภายนอกอาคาร The Danpavault System ขยายขอบเขตการกันแสง UV และควบคุมอุณหภูมิมากขึ้น ช่วยให้คุณ(สถาปนิก)ช่วยลูกค้าประหยัดเงินจากการยืดอายุการใช้งานของอาคาร ทั้งนี้การต่อแผ่นแบบไร้รอยต่อยังช่วยเก็บรักษาอุณหภูมิแสนสบายข้างในเอาไว้อีกด้วย

 

หลังคาโปร่งแสงและรูปลักษณ์ที่สวยงาม

Danpal มีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า เมื่อลูกค้าเลือกใช้หลังคาโปร่งแสง ความงามจัดว่าเป็นสิ่งแรกที่ถูกพิจารณา แล้วถ้าหลังคาโปร่งแสงสามารถให้ประโยชน์ได้มากกว่าความงาม ใครบ้างล่ะจะไม่สนใจ มันไม่ใช่แค่อุปกรณ์ที่นำแสงอาทิตย์เข้าสู่อาคารเท่านั้นแต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศดีดีที่ส่งเสริมสุขภาพ ที่แสงไฟประดิษฐ์ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ รอยต่อระหว่างแผ่นของ Danpal ทำได้แนบเนียน สวยงาม เช่นเดียวกับความสบายที่มอบให้ หากคุณกลัวว่าโพลีคาร์บอเนตจะให้ความใสได้ไม่เท่ากระจก เราอยากให้คุณพิจารณาอีกครั้งจะพบว่าไม่มีความแตกต่างในเรื่องของความใส แถมยังให้มากกว่าในเรื่องของความยืดหยุ่นด้วย

กระจกมีสีให้เลือกอย่างจำกัด ไม่เหมือนกับโพลีคาร์บอเนตของ Danpal ที่มีสีให้คุณเลือกมากมาย บางคนชอบความขุ่นขาวเล็กน้อยของแผ่น ในขณะที่บางคนชอบความเป็นมันวาวเหมือนโลหะ หรือสีอื่นๆที่เข้ากับสีวัสดุมุงของคุณ หลังคาจะเป็นสิ่งกำหนดรสนิยมและสร้างความเป็นเอกลักษณ์ มีความแข็งแรงทนทาน และมีส่วนช่วยประหยัดพลังงานได้ แล้วคุณจะประทับใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

 

แผ่นโพลีคาร์บอเนต คือ วัสดุก่อสร้างที่มีทั้งความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นในแผ่นเดียวกัน

Danpal มีชื่อเสียงยาวนานถึงห้าสิบปีจากการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมทั้งในแง่นวัตกรรมและความเชี่ยวชาญ พวกเราขยายตลาดไปยังห้าทวีปทั่วโลก และมีคำขวัญที่เป็นสากลนั่นคือ “Global, Vision, Local Focus” (เป็นสากล มีวิสัยทัศน์ ศูนย์รวมท้องถิ่น) สอดคล้องกับที่ตลาดงานก่อสร้างคาดหวังให้วัสดุก่อสร้างมีความแข็งแรงทนทานขึ้น น้ำหนักเบาขึ้น ช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้น และง่ายขึ้นในการติดตั้ง Danpal จึงกลายเป็นผู้นำที่มาเปลี่ยนวงการ วัสดุก่อสร้าง โดยที่ชื่อเสียงของเราเกิดจากการสร้างความเชื่อมั่นในนวัตกรรมและจากการที่ผลิตภัณฑ์ของเราตอบสนองการใช้งานของลูกค้าได้เป็นอย่างดี.

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกบริษัทจะสามารถรักษาระดับและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ๆได้ และไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ที่กลายเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง แผ่นโพลีคาร์บอเนตเป็นหนึ่งในวัสดุใหม่ในตลาด ที่มีทั้งความแข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และสวยงาม ในแผ่นเดียว ที่สามารถทดแทนวัสดุดั้งเดิมอย่างกระจกได้

แผ่นโพลีคาร์บอเนต ไม่จำนนต่อสภาพอากาศ

ไม่สำคัญว่าเราจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาวะอากาศแบบไหน เรารู้อยู่แล้วว่าเราจะเจอแรงปะทะจากสภาพลมฟ้าอากาศที่เราอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น หิมะ ฝน ลม หรือ ลูกเห็บ โชคดีที่เรามีเทคโนโลยีที่ทำให้ประสิทธิภาพของวัสดุเปลี่ยนไป แผ่นโพลีคาร์บอเนต ที่ถูกผลิตมาสองรูปแบบเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมและเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารสมัยใหม่ คุณสามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบแผ่นโปร่งแบบมีช่องอากาศด้านใน และแผ่นตันใส ที่จะมาทดแทนการใช้กระจกได้อย่างสิ้นเชิงในขณะที่มีน้ำหนักเบากว่าแต่แข็งแรงกว่า

แผ่นโพลีคาร์บอเนตแผ่นโพลีคาร์บอนเนต มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน

ถ้าจะมีผลิตภัณฑ์ใดที่มีคุณสมบัติเบาและง่ายต่อการทำงาน (เช่นโพลี่คาร์บอเนต) ผลิตภัณฑ์นั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นที่นิยมสำหรับสถาปนิกและลูกค้า เหตุผลก็คืองานติดตั้งนั้นจะเรียบร้อยและสร้างปัญหาหน้างานได้น้อยกว่ามาก ขณะเดียวกันก็ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน ประหยัดงบประมาณในการดำเนินงาน ส่วนคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นได้ก็เอาชนะใจลูกค้าผู้ผลิตเครื่องกลทางการเกษตร กระจกหน้ารถยนต์ แผงนิรภัย และการเคลื่อนย้ายชิ้นช่วนจักรกล โพลีคาร์บอเนตเป็นวัสดุที่สามารถดัดโค้งได้ ซึ่งทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายมากกว่ากระจก ถ้าคุณต้องการทำหลังคาโค้ง แผ่นโพลีคาร์บอเนตขนาดใหญ่จะเหมาะมาก เพราะยิ่งแผ่นใหญ่ยิ่งดัดโค้งได้มากกว่า

โพลีคาร์บอนเนตเป็นวัสดุที่มีความแกร่งมากกว่ากระจก 200 เท่า แต่น้ำหนักเบากว่าครึ่งหนึ่ง และ ไม่แตกกระจายเหมือนกระจก ถ้าเลือกแบบแผ่นตันจะมีความใสคล้ายกระจก

The Danpal Ventilated Rain System (VRS) ใช้โพลีคาร์บอเนตเป็นวัสดุหลัก

แผ่นโพลีคาร์บอเนตของ Danpal’s Ventilated Rain System มีการระบายอากาศในช่องอากาศที่เป็นฉนวนกันความร้อน การป้องกันฉนวนกันความร้อนจากความชื้นนี้เองที่จะช่วยยืดอายุฉนวนและการใช้งานของอาคารนานขึ้น

เมื่อคุณเลือกใช้โพลี่คาร์บอเนต คุณมั่นใจได้เลยว่ากำลังปกป้องอาคารจากสภาพอากาศและป้องกันความชื้นไปพร้อมๆกัน และยิ่งไปกว่านั้นอาคารคุณจะดูทันสมัยเพราะโพลี่คาร์บอเนตเป็นวัสดุที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้

Rainscreen Cladding ปกป้องอาคารของคุณทั้งภายในและภายนอก

Rainscreen Cladding – อาคารหนึ่งหลังจะมีสิ่งที่มองเห็นหลักๆอยู่สองด้าน คือด้านนอกของอาคารที่ถูกมองเห็นได้โดยคนทั่วไป และด้านในโดยผู้ใช้งานอาคาร คนที่เดินผ่านอาคารไปมาจะรับรู้ถึงความงามของอาคารจากหลังคาและเปลือกอาคาร แต่เมื่ออยู่ภายในอาคาร สิ่งที่เรามองเห็นและการรับรู้จะต่างออกไป .

เมื่อข้าวของเครื่องใช้ เช่น พื้น หรือ พรม สกปรก หรือ เริ่มเสื่อมสภาพ มันจะง่ายต่อการมองเห็นและเราก็จะทำความสะอาด ซ่อมบำรุงหรือแม้กระทั่งเปลี่ยนอันใหม่ได้ทันท่วงที แต่จะมีใครที่สังเกตเห็นว่าฉนวนกันความร้อนใต้หลังคามันเสื่อมลง ไม่มีความสามารถในการป้องกันความร้อนได้อีกต่อไป ไม่น่าเชื่อว่าจุดเล็กๆที่ถูกซ่อนไว้นี้กลายเป็นส่วนสำคัญที่จะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตและสุขภาพของผู้ใช้อาคาร นั่นคือเหตุผลที่ Rainscreen cladding เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด จากคุณสมบัติการปราการป้องกันสภาพอากาศไม่พึงประสงค์ภายนอกโดยไม่ทำลายบรรยากาศภายใน

Rainscreen-CladdingRainscreen Cladding ที่เหนือกว่าของ Danpal

สภาพอากาศเป็นศัตรูที่แท้จริงของผิวอาคาร โดยทั่วไปคนเราจะรับรู้แค่ว่าวันนี้ร้อนหรือเย็นจะต้องแต่งตัวแบบไหนให้เหมาะ แต่แทบไม่ได้สนใจว่าอากาศที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวันนั้นส่งผลกระทบอย่างไรบ้างกับอาคาร
นั่นคือเหตุผลที่ Danpal’s Ventilated Rainscreen Cladding SYSTEM (VRS) ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในวิธีการที่ดีที่สุดในการสามารถปกป้องอาคารจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงภายนอก VRS เป็นแผ่นสองชั้นที่มีรอยหยัก ที่สามารถป้องกันฝน หิมะ และความชื้นไม่ให้เข้าอาคาร .

นอกจากนี้แล้ว VRS ยังมีช่องอากาศที่ช่วยระบายอากาศเพื่อไล่ความชื้นที่จะเกิดในแผ่น อีกคุณสมบัติที่ดีของ VRS คือการติดตั้งที่สะดวกรวดเร็ว ง่าย โดยเฉพาะเมื่อออกแบบให้รอยต่ออยู่บริเวณโครงสร้างที่รับน้ำหนัก ก็ไม่จำเป็นจะต้องเสริมโครงสร้างเพิ่มแต่อย่างใด และด้วยคุณสมบัติเองนี้ทำให้ประหยัดทั้งเวลาในการก่อสร้างและการบำรุงรักษา .

RAINSCREEN CLADDING เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน

ไม่ใช่แค่ความง่ายในการติดตั้งเท่านั้น rainscreen cladding by Danpal มีความพิเศษรอบด้านและสวยงามดึงดูดในการใช้งาน เป็นที่ชื่นชอบของสถาปนิกผู้ซึ่งไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ เพราะสามารถนำไปประกอบกับวัสดุต่างๆไม่ว่าจะเป็น เหล็ก อลูมิเนียม พลาสติก ไม้ อิฐ และ หิน ได้หลากหลาย.

หมดยุคกับงานอาคารที่มีทางเลือกของวัสดุที่จำกัด Danpal มุ่งให้สถาปนิกได้มีเครื่องมือ วัสดุ ที่มากพอที่จะส่งเสริมจินตนาการที่ไม่รู้จบ.

RAINSCREEN CLADDING เป็นทางเลือกที่ดีกว่าต่อสุขภาพ

ผู้ใช้งานอาคารมักจะไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับฉนวนกันความร้อนของอาคาร โดยที่หารู้ไม่ว่าฉนวนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ผู้ใช้งานอาคารได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสบายมีสุขภาพที่ดี.

เมื่อความชื้นเข้าสู่อาคารและทำให้ฉนวนกันความร้อนที่ใช้อยู่เปียก มีโอกาสสูงมากที่ฉนวนกันความร้อนเหล่านั้นจะเกิดเชื้อราและเป็นที่บ่มเชื้อให้เจริญเติบโต ผู้ที่ใช้งานอาคารก็เริ่มป่วยจากโรคทางเดินหายใจโดยไม่คาดคิดว่าจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานนี้เอง .

ผู้ป่วยโรคหอบหืดและภูมิแพ้ จะได้รับผลกระทบจากเชื้อราในอากาศอย่างหนัก Rainscreen cladding ไม่ได้เป็นแค่หลังคาในการป้องกันฝน หากแต่ยังช่วยป้องกันผู้ใช้อาคารจากเชื้อราที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย .